ิงเวย คิดดูแล้วคงมีเพียงเจ้าแล้วกระมังที่กล้าปฏิเสธเจิ้นอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ เจิ้นไม่อยากให้เจ้าเข้าใจผิด เจ้าไม่ยินดีก็ช่างเถิด เช่นนั้นเข้ามาประคองเจิ้นสักครู่คงได้กระมัง”
หลินชิงเวย “เรื่องนี้ได้เพคะ”
เมื่อหลินชิงเวยก้าวขึ้นข้างหน้าหลบหลีกมือขาวราวกับหยกของเซียวจิ่น เข้าประคองแขนของเขาแล้วค่อยๆ เดินไปข้างหน้าพร้อมกับเขา
การเดินครั้งนี้ระยะทางไกลพอสมควร เซียวจิ่นไม่ได้นั่งพักระหว่างทาง หลินชิงเวยถามเขาหลายครั้งหลายครา “ฝ่าบาททรงเหน็ดเหนื่อยหรือไม่เพคะ? จะพักสักครู่หรือไม่?”
เซียวจิ่นส่ายหน้ายิ้มบางๆ “เจิ้นรู้สึกว่ากำลังดี”
หลินชิงเวย “ฝ่าบาทฟื้นฟูร่างกายได้ดีพอสมควร เดิมทีคิดอีกว่ายังต้องรออีกสักสองเดือนจึงจะสามารถลุกขึ้นมาเดินเหินเองได้ คิดไม่ถึงว่ายามนี้จะเก่งกาจถึงเพียงนี้แล้ว นี่เป็นเพราะในยามปกติฝ่าบาททรงหมั่นเพียรในการทำกายภาพเพื่อฟื้นฟูร่างกายเพคะ” ขณะที่เดินไปด้วยกันนั้น หลินชิงเวยได้กลิ่นอำพันทะเลจากร่างกายของเซียวจิ่น เมื่ออยู่บนร่างกายของเขานั้นช่างเหมาะสมยิ่ง ส่งผลให้กลิ่นหอมชวนดม
ในยามปกตินางไม่ได้กลิ่นเครื่องหอมจากร่างกายของเซียวเยี่ยน บนร่างของเขาเย็นสบายประหนึ่งพระจันทร์และน้ำค้าง
ต่อมาเมื่อใกล้มาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยและเซียวจิ่นเรียกได้ว่าฝืนร่างกายพอสมควรแล้ว ใบหน้าขาวประดุจหยกของเขามีเหงื่อชั้นบางๆ ลมหายใจเร็วขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ หลินชิงเวยเกลี้ยกล่อมหล