ายครั้งแล้วทว่าเซียวจิ่นไม่ฟัง เขาเพียงแต่พูดยิ้มๆ ว่า “เหลือระยะทางอีกนิดเดียว เจิ้นก็ส่งเจ้ากลับไปได้แล้ว”
หลินชิงเวยเต็มไปด้วยความสับสนในจิตใจ นางไม่รู้ว่าเซียวจิ่นดื้อรั้นไปเพื่ออะไรกัน เป็นเพราะนางพูดชัดเจนไม่พอ? หรือมีอะไรที่มีค่าคู่ควรให้เขาต้องดื้อรั้นเช่นนี้?
นางทำหน้าเคร่ง และปล่อยมือเซียวจิ่น ไม่ใส่ใจว่าเซียวจิ่นจะชนสิ่งของหรือล้มลง นางเข็นเก้าอี้รถเข็นเข้ามารอด้านหลังร่างของเซียวจิ่น พูดด้วยน้ำในเสียงเข้มงวด “นั่งลง”
เซียวจิ่นไม่ยอม “เจิ้นบอกแล้วว่าเจิ้นไม่เป็นไร เจิ้นสามารถเดินไปสุดระยะทางนี้ได้”
“ข้าให้เจ้านั่งลง” สีหน้าของหลินชิงเวยเย็นเยียบ “ไม่ง่ายดายเลยกว่าที่ข้าจะรักษาขาทั้งคู่ของท่านคืนมา เพื่อให้เจ้ามาทำลายเช่นนี้หรือ? ต่อไปเจ้ายังคิดจะลุกขึ้นมาเดินเหินปกติหรือไม่?”
เซียวจิ่นตกตะลึง รอยยิ้มบนใบหน้ากลายเป็นซีดขาวอ่อนแรง ในที่สุดเขายังคงค้ำพนักเก้าอี้แล้วค่อยๆ นั่งลงไป วางขาทั้งคู่ลงบนที่เหยียบ
หลินชิงเวยเข็นเขาไปข้างหน้าช้าๆ น้ำเสียงของนางอ่อนโยนลง ทว่าปนเปไปด้วยความจนใจและความรู้สึกฝาดเฝื่อนในใจ “เช่นนี้ฝ่าบาทก็ทรงส่งหม่อมฉันกลับไปถึงตำหนักฉางเหยี่ยนได้เช่นกันไม่ใช่หรือเพคะ?”
“เจิ้นใช้ไม่ได้จริงๆ ใช่หรือไม่” เซียวจิ่นพูดอย่างสงบ
“ผู้ที่จะทำการใหญ่สำเร็จ ย่อมไม่ต่อสู้เพียงเพื่อวันนี้”
สีหน้าของเซียวจิ่นเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีก
กลับมาพร้อมกับเซียวจิ่นใช้เว