ดมาร่วมงานหรือไม่ นางล้วนไม่ใส่ใจ แต่เมื่อเห็นหลินชิงเวยนั่งอยู่ในตำแหน่งถัดลงไป นางรู้แต่แรกแล้วว่าหลินชิงเวยมาร่วมงานเป็นแน่ แต่ในใจยังคงรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง นางไม่เห็นเงาร่างของเซียวเยี่ยนจึงเสแสร้งถามกับเซียวจิ่นราวกับไม่ตั้งใจว่า “ฝ่าบาท เซ่อเจิ้งอ๋องราชกิจรัดตัวหรือ ไฉนเปิ่นกงไม่เห็นเขามาร่วมเสวยพระกระยาหารค่ำด้วยกันเล่า? ล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจเช่นนี้”
เซียวจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ทูลเสด็จแม่ หลายวันนี้เสด็จอาราชกิจรัดตัวจริงๆ ยามบ่ายเขาส่งคนมาบอกความกับเจิ้นว่า มีเรื่องด่วนต้องออกจากวัง มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะกลับมาไม่ทันร่วมงานวันเกิดเสด็จแม่ ยังขอเสด็จแม่อย่าได้กล่าวโทษ เจิ้นขออภัยเสด็จแม่แทนเสด็จอา”
ในใจไทเฮาโกรธขึ้งยิ่งยวด มีเรื่องด่วนกลับมาไม่ทันงั้นหรือ นางว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจงใจที่จะหลบหน้านางมากกว่ากระมัง!
ทว่าความขุ่นขึ้งในใจทั้งหลายมิอาจแสดงออกมาทางสีหน้าได้ ได้แต่กดข่มกล้ำกลืนไว้ในใจ นางจึงเอ่ยขึ้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “ไม่เป็นไร เซ่อเจิ้งอ๋องมีราชกิจรัดตัว ยังคงเห็นเรื่องบ้านเมืองต้องมาก่อน งานวันเกิดของสตรีเช่นเปิ่นกงไม่มาก็ไม่กระไร”
ไม่ว่านางจะพยายามใช้น้ำเสียงราบเรียบเพียงใด ทว่าหากเป็นคนสายตาเฉียบคมสักหน่อย ย่อมมองเห็นถึงความผิดปกติว่ายามนี้ไทเฮาไม่ค่อยพึงพอใจนัก
ต่อมาไทเฮาไม่มีท่าทีปีติยินดี โบกไม้โบกมือใ