ห้เริ่มงานเลี้ยงได้
หลินชิงเวยทางหนึ่งกินอาหาร อีกทางหนึ่งมองใบหน้าบูดบึ้งและเย็นชาของไทเฮา รู้สึกเจริญอาหารเป็นอย่างยิ่ง ไทเฮาทุ่มเทจิตใจแต่งองค์ทรงเครื่องมิใช่เสียแรงเปล่าๆ ปลี้ๆ หรือ
เห็นหลินชิงเวยคล้ายมีคล้ายไม่มีหยักยิ้มมุมปาก ไทเฮาจึงเกิดโทสะขึ้นในบัดดล “หลินเจาอี๋ ดูเหมือนเจ้าจะเบิกบานใจเหลือเกิน”
หลินชิงเวยลุกขึ้นตอบ “ไทเฮาทรงมีเมตตาจัดงานเลี้ยงรับรอง นางรำงดงามและดนตรีล้วนไพเราะเสนาะหูยิ่ง กินอาหารก็ทำให้เจริญอาหาร วันนี้ไทเฮาทรงพระสิริโฉมงดงามมากเพคะ ไทเฮาฉลองวันพระราชสมภพไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรอกหรือเพคะ?”
ไทเฮาตบโต๊ะและพูดอย่างมีน้ำโห “นั่งลง! ช่างทำให้เปิ่นกงหมดความสุขนัก!”
หลินชิงเวยนั่งลงอย่างไม่ได้รับกระทบใดๆ ทั้งสิ้น นางกินอาหารและสิ่งของบนโต๊ะไปไม่น้อย ทางด้านไทเฮานั้นไม่เจริญอาหาร ทำให้อาหารบนโต๊ะแทบจะไม่ถูกแตะต้อง
ต่อมาเหล่านางสนมหน้าใหม่ในตำหนักใน ราวกับได้ยินข่าวคราวมาบ้างแล้วล่วงรู้ว่าขาทั้งคู่ของเซียวจิ่นกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง; เมื่อดูท่าทางของเซียวจิ่นแล้วอาจจะยังเยาว์ไปสักหน่อย แต่อย่างไรเขามีเชื้อสายของราชสกุลอย่างแท้จริง สีหน้าแววตาอบอุ่นอ่อนโยนและหล่อเหลาคมสัน อย่างไรก็มีหน้าตาชวนมองยิ่ง เหล่านางสนมจึงผลัดกันออกมาแสดงการร่ายรำเพื่ออวยพรวันเกิดให้ไทเฮาและอยากจะสร้างความประทับใจในการพบกันครั้งแรกกับ