ึงได้แต่จินตนาการเท่านั้น
หลินชิงเวยถูกม้าพาให้วิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง แต่นางยังคงจับสายบังเหียนเอาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ในใจคิดเพียงว่ารอให้ม้าเจ้าเล่ห์ตัวนี้วิ่งจนเหนื่อยมันคงหยุดเอง ถึงเวลานั้นค่อยสั่งสอนมัน
เพียงแต่ยังไม่รู้ว่ามันวิ่งไปถึงที่ใด หยุดลงเมื่อใด ถึงเวลานั้นยังจะหาทางกลับมาได้หรือไม่?
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องรองลงมา ลำดับแรกคือต้องรักษาชีวิตเอาไว้ให้ได้ค่อยว่ากัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็ไม่รู้ว่ามาถึงที่ใดแล้ว เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นเบื้องหลัง หลินชิงเวยเกิดความคิดขึ้นจึงหันกลับไปทันที สายลมพัดเส้นผมด้านหลังของนางปลิวสะบัด บดบังดวงหน้าของนาง ทำให้นางมองไม่ค่อยชัดเจน นางมองผ่านเส้นผมของตนเองเห็นเพียงเลือนรางว่ามีคนคนหนึ่งขี่ม้าไล่มาทางนี้
เป็นเซียวเยี่ยน!
ม้าของหลินชิงเวยไหนเลยจะเป็นคู่ต่อสู้ของม้าเหงื่อโลหิตของเซียวเยี่ยน ระยะห่างระหว่างม้าทั้งสองตัวค่อยๆ ลดลง เซียวเยี่ยนไล่ตามมาทันหลินชิงเวย และปรากฏตัวอยู่ข้างกายหลินชิงเวย
กระทั่งถึงวินาทีนี้ มือของหลินชิงเวยและจิตใจที่ระส่ำระสายของหลินชิงเวยพลันสงบลง มาตรว่าเซียวเยี่ยนสามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่นาง กระทั่งความหวาดกลัวในจิตใจก็พลันอันตรธานไปสิ้น นางรับรู้ได้ถึงสายลมพัดแรง ยังมีผืนหญ้าสีเขียวที่ผ่านตาไปช่างระทึกใจเหลือเกิน
เซียวเยี่ยนจดจ่อสมาธิอยู่ที่นาง มองมาทางนางเป็นพักๆ “อย่ามองข้างหน้า มองออกไปไกลๆ”
หลินชิงเวยค่อยๆ เง