ยหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลมพัดเสียจนนางไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้ ดวงตาของนางหรี่หลงเหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ จากนั้นมองออกไปไกลๆ เห็นเพียงสนามม้าที่เป็นเนินขึ้นลง คล้ายกับคลื่นน้ำสีเขียวมรกตเป็นสายๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตา ไม่จดจ่ออยู่ที่เสียงฝีเท้าอีกต่อไป คลองจักษุของนางจึงแปรเปลี่ยนเป็นอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่ง
ดูเหมือนนางจะเรียนรู้เคล็ดลับอย่างหนึ่ง
ม้าตัวนั้นควบฝีเท้าเต็มกำลัง เมื่อหลินชิงเวยคิดได้เช่นนี้ มันก็วิ่งไปถึงยอดเนินแห่งหนึ่ง ต่อมาเบื้องหน้าก็เป็นเนินยาวๆ แต่ละลูกทอดยาวต่อๆ กัน
หลินชิงเวยรู้สึกเหมือนตนเองนั่งอยู่บนรถชมภูเขา ม้าฉวยโอกาสที่นางไม่ทันได้ป้องกัน มันวิ่งทะยานออกไปยังเนินข้างล่างด้วยความคลุ้มคลั่ง หลินชิงเวยร้องเรียกเสียงดัง ร่างของนางสูญเสียการควบคุมไถลลงไป ความรวดเร็วนั้นเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้เป็นเท่าตัว
นี่จึงจะเป็นอันตรายอย่างแท้จริง นางรับรู้ได้ว่านางอาจถูกสลัดลงจากหลังม้าได้ตลอดเวลา
“เซียวเยี่ยน–”
ความเร็วของเซียวเยี่ยนไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ม้าสองตัวราวกับวิ่งเสมอกันระหว่างที่วิ่งลงเนินเขาไปไม่ได้ลดความเร็วลงแม้แต่นิดเดียว ดูเหมือนราวกับแข่งขันกันว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน แววตาของเซียวเยี่ยนคมปลาบ เขารอกระทั่งม้าของตนเองวิ่งล้ำหน้าม้าของหลินชิงเวยเล็กน้อย จึงเหยียบขึ้นบนหลังม้าแล้วเหินกายข้ามมาหาม้าของหลินชิงเวย
หลินชิงเวยมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึ