เมื่อไปถึงสนามม้าแล้วมองไกลออกไป พื้นหญ้าสีเขียวชอุ่มกว้างใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของตนราวกับยาวไปถึงขอบฟ้า สนามม้ากว้างขวางใหญ่โตจริงๆ เนินดินล้วนมีขึ้นและลง อย่างไรมองไปแล้วไม่เห็นขอบสนาม
หลินชิงเวยเห็นม้าหนุ่มกำลังวิ่งทะยานอยู่ในสนามฝึกม้า ฝูงม้าหนุ่มวิ่งผ่านไปราวกับเหาะได้ เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดินเต็มไปด้วยพละกำลัง ครูฝึกม้านั่งอยู่บนหลังม้าสี่ตัวแรกที่อยู่ข้างหน้าสุด ทำหน้าที่ควบคุมการฝึกม้าทั้งฝูง
ม้าที่อยู่ในคอกทั้งหมดล้วนเป็นม้าสายเลือดดีที่ทางราชสกุลเลี้ยงเอาไว้ ต่อให้เป็นม้าที่มีนิสัยพยศจัดก็ต้องฝึกให้มีความอ่อนโยนและเชื่อฟัง
ครูฝึกม้ามีตารางการนำม้าออกมาปล่อยและฝึกในทุกๆ วัน หาไม่แล้วทักษะและความสามารถในการวิ่งของพวกมันก็จะถูกการเลี้ยงอย่างดี กระทั่งทำให้ความสามารถนั้นลดลง
ครูฝึกม้าเหล่านั้นมีความเชี่ยวชาญชำนาญอย่างเห็นได้ชัด การสั่งการควบคุมฝูงม้าล้วนเป็นระเบียบ พวกเขาฝึกม้าวิ่งไปมาฝูงแล้วฝูงเล่า หลินชิงเวยพลันรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมา
ฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋องเสด็จ คนในสนามฝึกม้าทั้งหมดล้วนต้องมารับเสด็จ พวกเขาต้อนม้ากลับเข้าไปในคอกแล้วทยอยกันออกมาคุกเข่าถวายคำนับ
เซียวจิ่นไม่ได้ทำให้การทำงานของพวกเขาหยุดชะงัก แต่ให้พวกเขาไปทำงานในมือของตนเองต่อไป
เมื่อเซียวเยี่ยนแยกออกไป เขาพูดกับหลินชิงเวยว่า “เจ้าพาฝ่าบาทไปดูอยู่รอบนอกเถิด อย่าไปตรงกลาง อันตราย”
เซียวจิ่น “เสด็จอาวางใจเถิด เจิ้นดู