อยู่ที่นี่”
หลังคาด้านบนศีรษะบดบังแสงตะวันแผดจ้าที่ทิ่มแทงสายตา เซียวจิ่นและหลินชิงเวยนั่งอยู่ในร่มเงา นางกำนัลและขันทีเข้ามาปรนนิบัตินำผลไม้และของว่างมาขึ้นโต๊ะ
หลินชิงเวยและเซียวจิ่นกินองุ่นด้วยกัน ชื่นชมม้าหนุ่มและสนามหญ้าอันกว้างขวางเบื้องหน้า รู้สึกว่าจิตใจเบิกบานสดชื่นอย่างยิ่ง
เซียวจิ่นพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ชิงเวย อีกประเดี๋ยวรอให้ม้าเหงื่อโลหิตออกมา เจ้าจะรู้ว่าอะไรเรียกว่าม้าสายเลือดดีอย่างแท้จริง”
ต่อมาหลินชิงเวยอดใจรออยู่พักใหญ่ก็ได้ยินเสียงร้องของม้าดังขึ้นจากคอกม้าตรงกลาง ครูฝึกม้าทั้งหลายต่างพากันหลีกทางไปอยู่ด้านข้าง ต่อมามีม้าตัวหนึ่งพุ่งทะยานออกมา ม้าตัวที่สองและสามจึงตามติดมา
พวกมันวิ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางแสงตะวัน หลินชิงเวยนับม้าในสนาม ไม่มากไม่น้อยเก้าตัวพอดี ขนของพวกมันเป็นมันวาววับ เมื่อถูกสาดส่องด้วยแสงตะวันทำให้เห็นเป็นสีเข้มและสีอ่อน จากสีแดงเข้มไปถึงสีน้ำตาลอ่อน ที่สำคัญก็คือต่อให้หลินชิงเวยไม่รู้เรื่องม้า เพียงแค่มองปราดเดียวก็สามารถมองออกว่าม้ากลุ่มนี้ที่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกและม้าหนุ่มอีกหลายกลุ่มก่อนหน้านี้แทบจะเป็นม้าคนละชนิดกันเลยทีเดียว
พวกมันแต่ละตัวดูแล้วแข็งแรงทรงพลัง ยามพวกมันควบฝีเท้าวิ่งนั้นเต็มไปด้วยพลัง กล้ามเนื้อ อีกทั้งร่างกายของพวกมันกระเพื่อมไหวท่ามกลางแสงแดดแผดจ้า ขนบนศีรษะของมันทอประกายระยิบระยับ เต็มไปด้วยความคึกคะนอง อีกทั้งพวกมันยั