ัน หม่อมฉันก็ยินดียอมรับเพคะ”
เซียวจิ่นยิ้มขื่น “ชิงเวย เจ้าพูดว่าเจ้าชมชอบผู้อื่นต่อหน้าเจิ้น เจ้าไม่กลัวว่าเจิ้นจะปวดใจหรือไร”
หลินชิงเวย “หม่อมฉันยินดีจะเชื่อว่าฝ่าบาทไม่ใช่เด็กน้อยคนหนึ่งแล้ว ฝ่าบาทมีความคิดละเอียดอ่อน พบว่าไทเฮาชมชอบเสด็จอา ช้าเร็วย่อมต้องพบว่าหม่อมฉันชมชอบเสด็จอาเช่นกันไม่ใช่หรือเพคะ อีกทั้งฝ่าบาททรงค้นพบเรื่องนี้นานแล้ว”
“เจิ้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจิ้นรู้ตั้งแต่เมื่อใด อาจจะตั้งแต่เสด็จอาต้องพิษหนอนกู่ครั้งนั้น เจ้าช่วยเหลือเขาโดยไม่คำนึงถึงตนเอง เมื่อเจ้าเรียกชื่อของเขา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปวดใจ หรือเป็นเพราะเสด็จต้องการสังหารเจิ้นโดยไม่คำนึงสิ่งใด ทว่ากลับฝืนกำลังของตนอย่างที่สุดก็ไม่ยินยอมที่จะทำร้ายเจ้า เจิ้นรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ หรืออาจเป็นเพราะขณะที่เจิ้นไม่ได้สติ เสด็จอายินดีพาเจ้าออกจากวัง เจิ้นมองออกว่าเจ้ามีความสุขเมื่อได้อยู่กับเขา”
หลินชิงเวยเต็มไปด้วยความสับสนในใจ ไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้าอย่างไรต่อหน้าเซียวจิ่น “ดังนั้น…หม่อมฉันควรจะรู้สึกโชคดี โชคดีที่คืนนี้หม่อมฉันยอมรับอย่างตรงไปตรงมา หาไม่แล้วย่อมเป็นการพูดปดต่อเบื้องสูงมิใช่หรือเพคะ หม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะโกหกต่อพระองค์ ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ หม่อมฉันไม่เคยทำผิดอะไร แต่ทำให้ฝ่าบาทรู้สึกเป็นทุกข์ เป็นหม่อมฉันที่ทำไม่ถูกต้องเพคะ”
ต่อมาคนทั้งสองเงียบงั