ินชิงเวยควบคุมมันเอาไว้อย่างดีตลอดมา
เพียงแต่ไม่รู้ว่าขณะที่นางและเซียวจิ่นกำลังกินอาหารค่ำอยู่ที่นี่ เซียวเยี่ยนกำลังทำอะไรอยู่ในตำหนักชิงหลวน จะงานยุ่งกระทั่งลืมกินข้าวหรือไม่
เซียวจิ่นมองดูท่าทีไม่ยอมขยับตะเกียบของหลินชิงเวย จึงพูดขึ้นว่า “ชิงเวย เป็นเพราะไม่มีเสด็จอาอยู่ที่นี่เจ้าจึงไม่เจริญอาหารหรือ กินข้าวเป็นเพื่อนเจิ้นน่าเบื่อถึงเพียงนี้เลยหรือ”
หลินชิงเวยส่ายหน้า “ฝ่าบาทตรัสไปถึงไหนแล้วเพคะ”
เซียวจิ่นพูดยิ้มๆ อย่างอบอุ่น ทว่าอ้างว้างอยู่บ้าง “เจิ้นรู้ดีว่าระยะนี้ลำบากเสด็จอาแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ายามนี้เขาอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับราชกิจ กระทั่งข้าวก็ยังไม่ได้กิน หากเสด็จอางานยุ่งเขาจะจริงจังอย่างมาก เรื่องราวใหญ่เล็กในราชสำนักล้วนต้องให้เขาผ่านตาทั้งสิ้น ขุนนางประเภทที่ต้องการอยู่อย่างคลุมเครือไปวันๆ ไม่อาจผ่านด่านของเสด็จอาได้ ระยะนี้เสด็จอากำลังตัดสินพวกขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงอีกแล้ว คำสรรเสริญเยินยอของไพร่ฟ้าประชาชนนอกวังต่อเซ่อเจิ้งอ๋องมีมากขึ้นทุกวัน”