ปลายนิ้วประคองใบหน้าของเขา ใช้ความรู้สึกไปสัมผัสเขา
นางอ่อนโยนเหลือเกิน อ่อนโยนเสียจนเพียงแค่แตะต้องก็บุบสลายได้ ภายใต้ความอ่อนโยนเช่นนี้สติและความมีเหตุผลของเซียวเยี่ยนกำลังจะถูกทำลายประดุจกำแพงเมืองที่ยุบตัวลง สติของเขาค่อยๆ หลุดลอย ยากที่จะจินตนาการว่าเซ่อเจิ้งอ๋องผู้ ซึ่งมีพลังจิตเข้มแข็งแน่วแน่ ถึงกับพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนของนาง
ในที่สุดเขาก็ขยับริมฝีปาก ฝ่ามือของเขาประคองท้ายทอยของหลินชิงเวยแล้วตอบสนองจุมพิตของนางอย่างอ่อนโยน
นี่เป็นจุมพิตที่งดงามที่สุดในชีวิตของหลินชิงเวยก็ว่าได้ จุมพิตจนกระทั่งนางแทบจะหมดลมหายใจก็หักใจไม่ได้ที่จะปล่อยไป
กระทั่งผ่านไปเนิ่นนาน ภายในป่าหนาแน่นที่แสงสว่างของดวงดาวส่องผ่านมาไม่ถึง คนทั้งสองตระกองกอดกันหอบหายใจไม่หยุดพักใหญ่
เซียวเยี่ยนลุกขึ้นแล้วอุ้มหลินชิงเวยเดินออกจากป่าแห่งนี้ หลังจากออกมาบนถนนเส้นตรงนี้มืดเสียจนน่าหวาดหวั่น การเข่นฆ่าของผู้อ่อนแอและผู้ที่เข้มแข็งทิ้งร่องรอยเลือดบนพื้น ไม่เห็นฝูงงูและงูที่ถูกเสือเหยียบย่ำจนขาดท่อนก็ไม่เห็นเช่นกัน
เซียวเยี่ยนคิดจะพาหลินชิงเวยกลับไป หลินชิงเวยพูดขึ้นว่า “ล่วมยาของข้ายังอยู่ข้างใน”
ดังนั้นเซียวเยี่ยนจึงได้แต่อุ้มนางเข้าไปในสวนไป่โซ่วอีกครั้ง ทันทีก้าวเข้าประตูเซียวเยี่ยนก็เห็นรอยเลือดสีดำคล้ำบนพื้น ยามนี้หยดเลือดที่อยู่บนพื้นหินได้แห้งกรังแล้ว ด้านข้างยังมีเศษผ้าขาดหลุดลุ่ยติดอยู่เล็กน้อย น่า