มาได้ไม่น้อย ในโคมไฟนั้นยังมีเทียนไขที่เหลืออยู่ เขาหยิบเทียนไขที่เหลือนั้นกลับมา หลินชิงเวยเห็นเขาจุดเทียนไขทีละเล่มๆ จึงอดถามไม่ได้ว่า “ท่านหาไฟมาจากที่ใดกัน?”
เซียวเยี่ยนพูดเรียบๆ “เมื่อยามบ่ายที่ข้ามา ข้านำมาด้วย” เขาคิดว่าฟ้ามืดแล้วย่อมต้องได้ใช้เป็นแน่ และก็ได้ใช้จริงๆ
บนสนามหญ้ามีเทียนไขที่จุดสว่างแล้วมากมายในชั่วพริบตา ทำให้สนามหญ้าแห่งนี้ถูกส่องสว่างมลังเมลือง หลินชิงเวยมองเขาที่อยู่ท่ามกลางเสียงของเทียนไข ดูเหมือนต่างจากปกติเล็กน้อย ดูแล้วเป็นตัวของตัวเองและสนิทชิดเชื้อขึ้นเล็กน้อย
เขานั่งลงตรงข้ามหลินชิงเวย น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลงไม่น้อย “ยกแขนขึ้นมาให้ข้าดูหน่อย” ทางหนึ่งเขาพูดขึ้น อีกทางหนึ่งเปิดล่วมยาของนางอย่างคุ้นเคย
บาดแผลถูกข่วนบนแขนของหลินชิงเวยไม่ได้สาหัสมากนัก แต่ย่อมไม่อาจมองข้ามได้โดยเด็ดขาด อาภรณ์ของนางถูกข่วน กระโปรงสีเขียวอ่อนของนางถูกเลือดสดๆ ย้อมไปทั่ว รอยเลือดบนกระโปรงทำให้คิ้วทั้งคู่ของเซียวเยี่ยนขมวดแน่น เขาคิดจะใช้กรรไกรตัดแขนเสื้อของหลินชิงเวย หลินชิงเวยจึงพูดขึ้นว่า “หัวไหล่และแผ่นหลังของข้ายังมีบาดแผลอีกหลายแห่ง ไม่ต้องใช้กรรไกรตัดแขนเสื้อ ปลดอาภรณ์ชั้นนอกออกเถิด”
พูดแล้วก็ไม่รอให้เซียวเยี่ยนตอบ หลินชิงเวยยกมือขึ้นปลดอาภรณ์ชั้นนอก อาภรณ์ชั้นนอกของฤดูคิมหันต์เนื้อบางอย่างยิ่งยวด ราวกับเกือบจะบางใส ด้านในนางสวมกระโปรงเกาะอก เมื่ออาภรณ์ชั้นนอกเปิดออก ห