ลำต้นตรงเหยียดยาวราวกับพู่กัน สถานที่แห่งนี้นับเป็นอีกแห่งหนึ่ง ต้นไม้ที่นี่ไม่หนาแน่นเท่าใดนัก ตรงกลางยังมีพื้นที่ว่างออกมา หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นยังมองเห็นแสงอาทิตย์แสงสุดท้ายที่ปรากฏอยู่กลางท้องนภา
ต่อมานางรับรู้ได้ว่าร่างของตนเบาหวิวแล้วลอยขึ้นอยู่ที่สูง เป็นเซียวเยี่ยนที่อุ้มนางเหินกายขึ้นแตะลำต้นของต้นไม้เพื่อยืมกำลังเหินขึ้นสู่ที่สูง ชายอาภรณ์ปลิวพลิ้วไปกับสายลม หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองพื้นดินที่ไกลจากตนเองไปเรื่อยๆ สีหน้าผ่อนคลายเล็กน้อย สายลมยามเย็นที่พัดโชยมาพร้อมกับความชุ่มชื้น ราวกับผ้าโปร่งบางๆ ชั้นหนึ่งที่สัมผัสกับผิวของหลินชิงเวยเบาๆ
ต่อมาเซียวเยี่ยนวางนางลง ให้เอนกายลงบนกิ่งไม้สามกิ่งที่ยื่นออกมากลางอากาศและพูดกับนางว่า “นอนอยู่ที่นี่ อย่าเคลื่อนไหว” ไม่รอให้หลินชิงเวยตอบเขาก็เหินกายออกไปและลงสู่พื้นดินอีกครั้ง
หลินชิงเวยคิดในใจ นางไม่จำเป็นต้องพูดจาให้กำลังใจอันใด เซียวเยี่ยนย่อมต้องจัดการได้แน่นอน เสียงร้องคำรามคุ้นหูดังขึ้นท่ามกลางผืนป่า เสือตัวนั้นกำลังไล่ตามมาทางนี้อย่างหักใจไม่ได้
หลินชิงเวยไม่เห็นว่าเซียวเยี่ยนยกมือขึ้นสะบัด แขนเสื้อก็ปรากฏให้เห็นของสิ่งหนึ่งไหลออกมาจากในแขนเสื้อของเขา เขาตรึงด้านหนึ่งไว้กับต้นไม้ต้นหนึ่ง ปลายนิ้วของเขาจับอีกด้านหนึ่งไว้แล้วดึงไปหาต้นไม้อีกต้นหนึ่งแล้วตรึงเอาไว้ในระดับความสูงประมาณบั้นเอวของเซียวเยี่ยน
ต่อมาเซียวเยี่ยนก้าวถอยหลั