งน่ารักน่าเอ็นดูอย่างที่สุดของพวกมันอีก ช่างเถิดอย่างไรวันนี้นางก็หิวจนหายหิวแล้ว วันนี้นางจะยังไม่กินพวกมันเป็นการชั่วคราว
หลินชิงเวยไม่ได้เลี้ยงพวกมันให้กินจนอิ่มในคราเดียว นางยันหัวเข่าของตนแล้วลุกขึ้นยืน ฝูงนกพิราบข้างกายจึงกางปีกขาวประดุจหิมะของพวกมันเพื่อกระพือปีกบินขึ้นกลางอากาศ ลมสายหนึ่งพัดชายกระโปรงของหลินชิงเวยจนพลิ้วขึ้นมาราวกับนางมีปีกคู่หนึ่งที่สามารถกางออกแล้วบินได้อย่างไรอย่างนั้น
นางรับรู้ได้ถึงสายตาจับจ้องคู่หนึ่ง นางผิวปากเรียกฝูงนกพิราบมาให้อาหารอีกเล็กน้อยบนพื้นกลับไปกลับมา อีกทางหนึ่งส่งเสียงพูดกับคนที่อยู่ข้างหลัง “ยังรู้จักกลับมาหรือ หืม? เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะจับนกพิราบพวกนี้มาย่างกินจนหมดหรือไร?ฃ เจ้าควรจะรู้ตัวว่าเจ้าโชคดีเพียงใดที่ยามนี้ข้าหิวจนไม่มีความอยากอาหารแล้ว กลับไปหากเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ตัดเงินเดือนของเจ้าก็เป็นการผิดต่อการอู้งานของเจ้าในวันนี้!”
เสียงฝีเท้าเดินมุ่งหน้ามาทางหลินชิงเวย เซียวเยี่ยนพูดเนิบๆ “เซียวฉีไม่ได้มา เป็นเปิ่นหวาง”
หลินชิงเวยหันกลับไปดู เห็นร่างสูงใหญ่ของเซียวเยี่ยนเดินอยู่บนสนามหญ้า แสงตะวันที่เคลื่อนคล้อยไปทางทิศตะวันตกส่องสว่างเงาร่างด้านข้างของเขา ทำให้ใบหน้าคมสันและเย็นชาของเขาสว่างเพียงครึ่งหน้า ส่งผลให้รูปหน้าของเขาคมชัดยิ่งขึ้น
เขาเดินทางเข้ามาพร้อมกับกล่าวลอยๆ ว่า “ลดเงินเดือนของเซียวฉี หมายถึงตัดเบี้ยหวัดของเขาใช่หรือไม่?