”
หลินชิงเวยไม่รู้ว่าตนต้องเวทมนตร์อันใดเข้า ได้แต่พยักหน้า
เซียวเยี่ยน “เช่นนั้นกลับไปเปิ่นหวางจะลดเบี้ยหวัดของเขาครึ่งเดือน” เขามองพิราบขาวบนสนามหญ้าสีเขียวอ่อนแล้วพูดอีกว่า “ดูเหมือนเจ้าเลี้ยงพวกมันได้ไม่เลวเลยทีเดียว”
ทันทีที่หลินชิงเวยได้ยินคำพูดนี้ก็เกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีก ถูกต้องแล้ว เมื่อแรกเริ่มนางไม่ได้ทำด้วยความเต็มใจ แม้จะไม่ได้พบกันเป็นเวลานาน บุรุษตรงหน้าผู้นี้ยังคงรูปงามชวนมองแต่ยังคงทำให้นางรังเกียจนัก “เป็นท่านที่ให้ข้ามาเลี้ยงนกพิราบไม่ใช่หรือ ข้าจำไม่ได้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องมีนิสัยใจคอคับแคบถึงกับยังจำเรื่องนกพิราบเหล่านั้นเอาไว้ในใจ”
เซียวเยี่ยนเลิกคิ้ว “เช่นนั้นยามนี้เจ้าจดจำได้หรือไม่ เปิ่นหวางไม่เคยพูดว่าเปิ่นหวางเป็นคนใจกว้างอันใด”
หลินชิงเวยกัดฟันแน่น “เซียวเยี่ยน ท่านลองถามมโนธรรมในใจท่านดู เรื่องที่ข้าเคยช่วยท่านยังน้อยไปอีกหรือ ข้ารักษาพระอาการประชวรของฝ่าบาท ช่วยชีวิตของฝ่าบาท ก่อนหน้านี้ไม่นานยังช่วยท่านคลี่คลายคดี มโนธรรมในใจของท่านถูกสุนัขกินไปแล้วหรือไร”
เซียวเยี่ยน “เจ้าถวายการรักษาฝ่าบาทและช่วยชีวิตฝ่าบาท นั่นก็คือการช่วยเหลือฝ่าบาท อีกทั้งเจ้าก็ได้รับสิ่งตอบแทนและกินอาหารอย่างดี ไม่ได้หมายความว่าเปิ่นหวางติดค้างเจ้า สำหรับเรื่องคดีนั้นเป็นเจ้าช่วยเหลือให้เปิ่นหวางคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็วจริงๆ” เขาพูดโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีพร้อมกับหลุบตาลงต่ำมองนาง “