เช่นนั้นครั้งหน้าหากเจ้ามีคดี เปิ่นหวางจะช่วยเจ้าคลี่คลายคดีก็แล้วกัน ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว เจ้าว่าใช่หรือไม่”
“…ถือว่าท่านโหดเหี้ยมพอก็แล้วกัน” เมื่อก่อนหลินชิงเวยรู้สึกเพียงว่าเซียวเยี่ยนเป็นคนเย็นชา แต่นางคิดไม่ถึงว่าเขาจะหน้าไม่อายถึงขั้นนี้ หน้าไม่อายก็แล้วไปเถิด ยังกล้าพูดเช่นนี้อีก! อะไรที่เรียกว่าหากนางมีคดีเขาจะมาช่วยคลี่คลาย? นางเป็นสตรีคนหนึ่ง ไม่ใช่ขุนนางและไม่ใช่เศรษฐีมีเงิน ยิ่งกว่านั้นก็คือไม่มีวันไปทำเรื่องผิดกฎหมายเหล่านั้น จะมีคดีอันใดให้เขามาคลี่คลายกันเล่า!
ต่อมาเซียวเยี่ยนเดินมาหยุดเบื้องหน้าหลินชิงเวย เขาผิวปากครั้งหนึ่งฝูงนกพิราบเหล่านั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นเชื่อฟังขึ้นมาทันที หลินชิงเวยคิดในใจ ทั้งๆ ที่คนผู้นี้สามารถฝึกพิราบได้อย่างดีเยี่ยม เหตุใดยังต้องให้นางมาฝึกเล่า?! นางเห็นเซียวเยี่ยนเริ่มให้อาหารพวกมัน อีกทั้งยังส่งสัญญาณสั่งการให้พวกมันที่อยู่บนสนามหญ้าขึ้นบินไปในทิศทางเดียวกันเป็นแถวอย่างมีระเบียบเรียบร้อยโดยไม่มีแรงกดดันแม้แต่น้อย
หลินชิงเวยคิดถึงความกดดันทั้งวันของวันนี้ จนถึงบัดนี้แม้แต่ข้าวก็ยังไม่ได้กิน ย่อมเทียบไม่ได้กับเสียงผิวปากของเซียวเยี่ยนเพียงไม่กี่ครั้งที่ทำให้ฝูงนกพิราบเชื่อฟังอย่างดี นางเดินมาหยุดข้างกายเซียวเยี่ยนด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วมองดูรูปร่างของเขา หากเขาไม่ทันได้ป้องกันตัว…
หลินชิงเวยอยากจะทุ่มเขาเหลือเกิน อีกทั้งอยากจะทุ่ม