ดูแล้วสองคนนี้มิใช่มาช่วยนางทำงาน แต่มาเพื่อเที่ยวชมสวนสัตว์
ซินหรูเองทำใจไม่ค่อยได้นักจึงพูดกับเสี่ยวฉีว่า “ท่านจะดูก็ไปดูเองเถิด ข้าจะรั้งอยู่ที่นี่เพื่อช่วยพี่สาว”
เสี่ยวฉี “เจ้ารั้งอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อันใด เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสแล้วว่าต้องการให้เจาอี๋เหนียงเหนียงลงมือด้วยตนเอง”
ทันทีที่หลินชิงเวยได้ยินเขาเอ่ยถึงเซ่อเจิ้งอ๋องก็เดือดดาลอย่างยิ่ง เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสแล้ว เซ่อเจิ้งอ๋องตรัสแล้ว เซ่อเจิ้งอ๋องผายลมน่ะสิ
ซินหรูคัดค้านว่า “แต่ แต่นกพิราบเหล่านั้นข้าก็มีส่วนกิน…”
“แต่เจ้ารั้งอยู่ที่นี่ก็ช่วยอันใดไม่ได้ ซ้ำยังจะเป็นการรบกวนเจาอี๋เหนียงเหนียง”
หลินชิงเวยคิดในใจว่าหากเสี่ยวฉียังพูดมากขึ้นอีกสักประโยค นางคงทนไม่ได้แล้วกดศีรษะของเสี่ยวฉีลงไปในอาหารนกพิราบ ให้อาหารนกพิราบเข้าไปในจมูกและปากของเขา
หลินชิงเวยหรี่ตาลงแล้วโบกไม้โบกมือ “ซินหรู เจ้าไปกับเขาเถิด”
ซินหรูจึงตกลงยินยอมไปกับเสี่ยวฉี เสี่ยวฉีพูดกับหลินชิงเวยอีกว่า “หากเจาอี๋เหนียงเหนียงมีความจำเป็นอันใดให้เป่าสิ่งนี้พ่ะย่ะค่ะ” พูดแล้วก็ส่งนกหวีดไม้ไผ่อันใหม่ให้กับหลินชิงเวย
หลินชิงเวยพูดน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “เข้าใจแล้ว ไสหัวไปเถิด เจ้าดูแลซินหรูให้ดีจะดีที่สุด อย่าได้มีความคิดนอกลู่นอกทางเชียว” นางหรี่ตาจ้องเสี่ยวฉีเขม็ง “ระวังตัวให้ดี”
เสี่ยวฉีเงียบขรึม “พ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากเสี่ยวฉีพาซินหรูเดินจากไป หลินชิงเวยมองอาหารนกพิราบใน