ถุง แล้วมองลูกนกพิราบที่กระพือปีกอยู่บนต้นไม้ด้วยสีหน้าท่าทางเจียนจะสติแตก
นางนั่งลงใต้ต้นไม้เพื่อสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่งก่อน ต่อมาเห็นลูกนกพิราบเริ่มหิวแล้ว มันบินไปมาระหว่างรังนกและต้นไม้ใหญ่ แต่ไม่เห็นว่าในรังนกมีอาหาร ดูแล้วพวกมันคงเคยชินเสียแล้วที่จะบินกลับมาเมื่อรู้สึกโหยหิว
หลินชิงเวยคิดว่าตนเองหิวแล้วเช่นกัน นางเงยหน้าขึ้นมองดวงตะวันที่สาดส่องลงมาระหว่างกิ่งไม้ อยากจะด่ามารดาออกมาอย่างทนไม่ไหว ที่นี่มีเพียงอาหารนกพิราบแล้วนางจะกินอะไรเป็นมื้อเที่ยงกันเล่า
หลินชิงเวยมองลูกนกพิราบสีขาวราวหิมะเหล่านั้น สายตาพลันเปล่งประกาย ไม่สู้ย่างนกพิราบมากินตัวหนึ่ง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินชิงเวยจึงโรยอาหารนกพิราบลงบนพื้น เมื่อลูกนกพิราบเหล่านั้นเห็นจึงมองด้วยความละโมบ ทว่าด้านข้างมีหลินชิงเวยที่นั่งอยู่ จะต้องเป็นเพราะสายตาละโมบของหลินชิงเวยทำให้พวกมันตระหนกตกใจ ส่งผลให้พวกมันไม่กล้าเข้าไปกิน
ลูกนกพิราบห้าสิบกว่าตัวเรียงตัวกันเป็นแถว ยืนห่างจากหลินชิงเวยบนพื้นหญ้าราวๆ ห้าก้าว แต่ละตัวเอียงหัวครุ่นคิดมองหลินชิงเวยอย่างทึ่มทื่อ
หลินชิงเวยยิ้มตายิบหยีกวักมือพร้อมกับผายมือไปที่อาหารนก “พวกเด็กๆ มาสิ มากินอาหารกัน มีเพียงพวกเจ้ากินอิ่มแล้วจึงจะสามารถมาเป็นอาหารร้องท้องข้าได้”
บรรดาลูกนกพิราบจ้องมองต่อไป ทว่าไม่เข้ามา
หลินชิงเวยสิ้นความอดทน นางสาดอาหารนกกำหนึ่งออกไป ฝูงนกพิราบจึงเกิดความโกลาหลในชั