าได้อีกแล้ว มีคำพูดนับพันนับหมื่น ทว่าเซียวจิ่นไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนดี ในที่สุดจึงกลั่นออกมาเป็นคำขอบคุณอย่างจริงใจเพียงประโยคเดียว
หลินชิงเวยยิ้มบางๆ “ฝ่าบาทไม่ต้องคิดว่าหม่อมฉันเป็นคนดีขนาดนั้น หม่อมฉันไม่ได้เป็นท่านหมอมือฉมังผู้โอบอ้อมอารี ต่อให้ถวายการรักษาแก่ฝ่าบาทก็ต้องได้รับสิ่งตอบแทนเช่นกันเพคะ”
เซียวจิ่นเพียงแต่พูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เจ้าต้องการสิ่งใดเป็นสิ่งตอบแทนก็พูดออกมาเถิด ขอเพียงเจิ้นทำได้ เจิ้นย่อมรับปากเจ้าทุกอย่าง”
หลินชิงเวยกะพริบตาปริบๆ “สิ่งตอบแทนที่หม่อมฉันต้องการ ฝ่าบาทมิใช่ได้รับปากไปแล้วหรือเพคะ อีกทั้งเวลานี้ฝ่าบาทได้รับผลสำเร็จแล้ว อย่างน้อยก็มีฝ่าบาทเป็นที่พึ่งพิงไม่ใช่หรือเพคะ”
ดวงตาของเซียวจิ่นเปล่งประกายวิบวับ “ต่อไปหากมีคนรังแกข่มเหงเจ้า หรือเจ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม เจิ้นไม่มีวันนิ่งดูดาย”
หลินชิงเวยพูดด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ “ยังไม่มีผู้ใดทำให้หม่อมฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมได้เพคะ”
เซียวจิ่นหยุดชะงักไปครู่หนึ่งจึงพูดว่า “ได้ยินว่าคืนนั้นเจ้าไปส่งอาหารว่างมื้อดึกให้เสด็จอาที่ห้องทรงพระอักษร พบกับไทเฮาเช่นนั้นหรือ?”
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันไปทำลายเรื่องดีๆ ของนางและเซ่อเจิ้งอ๋อง คาดว่ายามนี้นางคงจะเกลียดหม่อมฉันจนปวดฟันแล้วกระมัง” หลินชิงเวยพูดแล้วมองหน้าเซียวจิ่น นางพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “หม่อมฉันพูดถึงไทเฮาเช่นนี้ ฝ่าบาทจะ