เกลียดชังหม่อมฉันหรือไม่เพคะ”
เซียวจิ่นครุ่นคิดแล้วพูดตรงๆ “เจิ้นคิดว่าเจ้ารู้แล้วเช่นกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจิ้นและไทเฮาไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
หลินชิงเวยพูดยิ้มๆ “เช่นนั้นหม่อมฉันก็วางใจแล้วเพคะ”
เซียวจิ่นถามเสียงเบาอีกว่า “เจ้ายังโกรธเสด็จอาอยู่อีกใช่หรือไม่”
“หืม? หม่อมฉันโกรธด้วยหรือเพคะ” หลินชิงเวยพูดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เซียวจิ่นยิ้มแล้วมองนางด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยน “หากเจ้าไม่ได้โกรธเขา ไฉนเจ้าจึงเรียกเขาว่าเซ่อเจิ้งอ๋อง ยามปกติเจ้าล้วนเรียกเขาว่าเสด็จอาตามเจิ้น” หลินชิงเวยตกตะลึง ตัวนางเองไม่ได้สังเกตถึงรายละเอียดปลีกย่อยนี้ เซียวจิ่นพูดอีกว่า “เพียงแต่หากไทเฮาและเสด็จอามีอะไรกันจริงๆ อย่าว่าแต่เจ้า แม้ตัวเจิ้นเองก็รู้สึกโมโหเช่นกัน พวกเจ้าล้วนคิดว่าเจิ้นยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่รู้เรื่องเหล่านี้ ที่จริงแล้วเจิ้นดูออกตั้งนานแล้วเพียงแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเท่านั้น”
หลินชิงเวยขมวดคิ้ว “พระองค์รู้ว่าไทเฮามี…ต่อเซ่อเจิ้งอ๋อง”
เซียวจิ่นพูด “นางชื่นชอบเสด็จอามาโดยตลอด เมื่อครั้งเสด็จพ่อของข้ายังมีชีวิตอยู่ นางไม่กล้าแสดงออกมากนัก เสด็จพ่อไม่อยู่แล้ว นางจึงแสดงออกถึงเจตนาอย่างเปิดเผย” หลินชิงเวยตื่นตะลึง เซียวจิ่นมองนางแล้วพูดอย่างอบอุ่นว่า “เจิ้นยังรู้ว่านางไม่ยินดีที่เห็นเจิ้นนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ ดังนั้นนางจึงเกลียดชังเจ้าถึงเพียงนี้ ทางหนึ่งคือส