าเหตุมาจากเสด็จอา อีกทางหนึ่งเป็นเพราะเจ้าทำให้เจิ้นค่อยๆ ดีขึ้น เจิ้นคิดว่านางปรารถนาให้เสด็จอามานั่งในตำแหน่งนี้แทนเจิ้นเป็นอย่างมาก”
หัวข้อสนทนานี้อันตรายเกินไป ดังนั้นหลินชิงเวยจึงได้แต่พูดไปตามน้ำว่า “แต่ฝ่าบาททราบดีว่าเซ่อเจิ้งอ๋องตรากตรำทำงานหนักแทนพระองค์มาโดยตลอด ทั้งไม่ได้มีความทะเยอทะยานในจิตใจ เขาไม่มีทางทำเช่นนั้นเพคะ”
เซียวจิ่นมองหลินชิงเวยแน่วนิ่ง จากนั้นยังหยักยิ้มพูดว่า “เจิ้นทราบดี หากเขาคิดจะมาแทนที่เจิ้น เขาสามารถเข้ามาแทนที่ได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงด้วยซ้ำ เสด็จอาและเสด็จพ่อของข้าเป็นพี่น้องร่วมอุทร เขาเคยรับปากและสัญญากับเสด็จพ่อของข้า ชิงเวย เจ้าไม่ต้องตื่นตระหนกเกินไป”
หลินชิงเวยพรูลมหายใจโล่งอก กลอกตาขาวปะหลับปะเหลือกใส่เขาครั้งหนึ่ง “หม่อมฉันเพียงแต่ไม่ปรารถนาที่จะเห็นพระองค์สองอาหลานต้องกลายเป็นศัตรูต่อกันเพคะ”
ปลายนิ้วของเซียวจิ่นลูบไล้ไปตามผ้าห่มแพรบางๆ พูดเสียงอ่อนโยนว่า “หวังว่าคงจะไม่มีวันนั้นกระมัง” เพื่อไม่ให้หลินชิงเวยคิดมาก ต่อมาเซียวจิ่นจึงเบี่ยงเบนหัวข้อสนทนาไปที่ตัวไทเฮา เขาพูดอีกว่า “ไทเฮาก็คือไทเฮา ไม่ว่านางจะพยายามเพียงใดก็ไม่อาจอยู่ร่วมกับเสด็จอาได้ นอกเสียจากเจิ้นไม่อยู่แล้ว แต่เสด็จอาไหนเลยจะเห็นนางอยู่ในสายตาได้ ตลอดมาจึงได้แต่ให้ความเคารพต่อนางสองส่วน ด้วยนางมีสถานะเป็นไทเฮาเท่านั้นเอง แม้แต่ตัวเจิ้นเองก็ไม่อาจไม่เคารพนางสองส่วน” หยุดไปชั