ไทเฮาพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มไฟโทสะในใจของตน ด้วยเห็นเซียวเยี่ยนไม่พูดจาแสดงความเห็น นางจึงพูดกับหลินชิงเวยด้วยน้ำเสียงเป็นปกติว่า “ดูแล้วเป็นคนของเปิ่นกงที่เสียมารยาทแล้วจริงๆ” นางมองกล่องอาหารในมือของหลินชิงเวยแวบหนึ่ง “หลินเจาอี๋นำอาหารมื้อดึกมาส่งให้เซ่อเจิ้งอ๋องหรือ”
หลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะ “ดูแล้วไทเฮาก็เช่นเดียวกัน” มีอาหารว่างและน้ำแกงที่ยังไม่ได้แตะต้องวางอยู่ด้านข้างของโต๊ะ “หากรู้แต่แรกว่าไทเฮาส่งมาแล้ว หม่อมฉันก็ไม่มาหรอกเพคะ ไทเฮาจะได้ไม่ต้องเดินทางมาไกลอย่างเสียเที่ยวใช่ไหมเพคะ”
ไทเฮาสูดลมหายใจเข้าลึก “ในเมื่อตอนนี้เจ้ารู้ว่าเปิ่นกงส่งมาให้แล้ว ไยต้องนำเข้ามาส่งอีกเล่า หลินเจาอี๋เป็นนางสนมของฝ่าบาท เข้าออกห้องทรงพระอักษรเพื่อส่งอาหารมื้อดึกให้เซ่อเจิ้งอ๋อง ไม่คิดว่าเจ้าเองก็ไม่หลีกเลี่ยงต่อคำครหานินทาหรือไร”
“นี่เป็นน้ำพระทัยของฝ่าบาทที่ทรงมีต่อเซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ ไหนเลยจะพูดว่าเป็นการกระทำที่สิ้นเปลืองได้” หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “กลับเป็นไทเฮาที่ดูจะใส่ใจเซ่อเจิ้งอ๋องเกินงามไปสักหน่อยหรือไม่เพคะ” สีหน้าของไทเฮาชะงักกึก หลินชิงเวยจึงพูดขึ้นอย่างไม่เร็วไม่ช้าอีกว่า “เอาใจใส่เซ่อเจิ้งอ๋อง ส่งอาหารมื้อดึกให้เซ่อเจิ้งอ๋อง เดิมทีล้วนเป็นเรื่องที่ฝ่าบาทสมควรกระทำ แต่ตอนนี้ฝ่าบาทนอนประชวรอยู่บนเตียงไม่อาจเสด็จมาด้วยตนเองได้ ได้แต่สั่งให้หม่อมฉันนำมาส่งให้เซ่อเจิ้งอ๋อง ไทเฮาคิดว่