ขึ้นว่า “รูปร่างของเจ้าผอมบางเช่นนี้จะมีเรี่ยวแรงที่ไหนกัน ไปเรียกองครักษ์จากด้านนอกเข้ามาคนหนึ่ง”
สีหน้าของหมัวมัวพลันซีดขาว “หลินเจาอี๋ ไม่ว่าทำเรื่องใดล้วนต้องมีหนักมีเบา พวกเราเป็นถึงคนข้างกายของไทเฮา!”
หลินชิงเวยไม่เชื่อว่าผนังห้องของห้องทรงพระอักษรจะดีถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงข้างนอกแม้แต่น้อย ไทเฮาคิดว่าแค่ขันทีและนางกำนัลไม่กี่คนของตำหนักคุนเหอก็จะขัดขวางนางได้หรือ ดังนั้นนางจึงไม่กังวลแม้แต่น้อยใช่หรือไม่ หลินชิงเวยพูดพร้อมกับหรี่ตาลง “คนข้างกายของไทเฮา ทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงเช่นนี้ เปิ่นกงตีไม่ได้หรือไร? ตบปากให้หนัก!”
องครักษ์ลงมือตบปากอย่างไร้ปรานี เพียงไม่กี่ฝ่ามือ ใบหน้าของหมัวมัวแปรเปลี่ยนเป็นทั้งบวมทั้งแดง
ในยามปกติหมัวมัวอยู่ในตำหนักคุนเหอไหนเลยจะเคยได้รับการลงทัณฑ์เช่นนี้ องครักษ์เพิ่งจะลงมือก็ร้องโอดโอยเสียงดังขึ้นมา น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความโกรธขึ้งของไทเฮาดังขึ้นจากห้องด้านในตอนนี้เอง “เชิญหลินเจาอี๋เข้ามา!”
หลินชิงเวยพูดกับองครักษ์ “ตีต่อไป ไม่ต้องหยุด” ต่อมานางเหยียบย่ำลงบนหลังมือของหมัวมัว แล้วเดินขึ้นบันไดไปถึงหน้าประตูแล้วผลักประตูเดินเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อหลินชิงเวยเข้าไป ทันทีที่นางช้อนตาขึ้นก็เห็นสายตาของไทเฮาที่คมปลาบประดุจใบมีดที่ส่องประกายออกมา แต่หลินชิงเวยจงใจที่จะทำเหมือนมองไม่เห็น นางกล่าวขึ้นเรียบๆ ว่า “ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้หม่อมฉันนำของว่างมื้