ลินชิงเวยเอ่ยถึง เมื่อเขาหันกลับมาอีกครั้ง คนที่อยู่เบื้องหน้าหายตัวไปแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองไปเห็นหลินชิงเวยกำลังจะเดินเข้าประตูใหญ่ของหอวสันตฤดู ทันทีที่นางเดินเข้าไปในกลุ่มฝูงชนของหอวสันตฤดูก็มีแม่นางคนหนึ่งก้าวเข้ามาถามไถ่ทันที
เมื่อนางเข้าไปยังไม่ลืมที่จะหันมาทิ้งหางตาให้เซียวเยี่ยน
สีหน้าของเซียวเยี่ยนพลันเปลี่ยนไปเป็นปีศาจ อันใดที่ว่ายืนดูหน้าประตูก็กลับ ที่แท้สตรีนางนี้กำลังหลอกลวงเขา มีเพียงหลอกให้เขาพานางมาที่หน้าประตูหอวสันตฤดู นางจึงจะฉวยโอกาสที่เขาไม่ทันป้องกันเดินเข้าไป
มิน่าเล่าเมื่ออยู่ข้างนอกหลินชิงเวยจึงได้ยินเสียงบรรเลงของพิณ ทันทีที่เดินเข้ามาก็มองเห็นห้องโถงรูปทรงกลมขนาดสูงใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยหอทั้งสามชั้น ราวบันไดไม่ได้หันออกไปหาถนนด้านนอกแต่หันเข้าหาห้องโถงใหญ่ ตรงกลางของห้องโถงใหญ่มีเวทีอยู่เวทีหนึ่ง บนเวทีมีหญิงสาวหลายคนกำลังแสดงการร่ายรำ หรือไม่ก็บรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ เป็นการผสมผสานที่ลงตัวอย่างไร้ที่ติ ดนตรีที่พวกนางบรรเลงออกมาแค่เพลงเดียวแทบจะทำให้หูของพวกเขาฟังแล้วตั้งครรภ์ได้ทีเดียว
หลินชิงเวยเพิ่งจะเรียนรู้ว่าอันใดเรียกว่าเพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมและสติปัญญา
ด้านล่างเวทีมีโต๊ะและเก้าอี้วางอยู่ มีผู้ฟังหลายคนนั่งอยู่ที่นั่น อาจจะมาฟังอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือเพื่อทำอย่างอื่น มีแม่นางคนหนึ่งถือกาน้ำชาดินเผากาหนึ่ง นางมีรูปโฉมงดงามราวกับจะคั้นน้ำออก