าสถานที่สำหรับพูดคุยกันได้หรือไม่”
หวงยาเพิ่งจะเข้ามายังสถานที่แห่งนี้เช่นกัน จึงเดินไปถามพ่อบ้าน พ่อบ้านเห็นบุคลิกท่าทางของหลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนไม่สามัญ จึงอนุญาตให้พวกเขาคุยกันเป็นเวลาสั้นๆ
ที่นั่นเป็นห้องพักแขกห้องหนึ่ง และเป็นห้องของหวงยาในหอวสันตฤดู ภายในมีกลิ่นหอมอบอวล ม่านผ้าโปรงปลิวพลิ้ว ดูแล้วมีบรรยากาศกำกวมอยู่บ้าง หลินชิงเวยก้าวเท้าเข้าไปก้าวหนึ่งแล้วหันกลับมองเซียวเยี่ยนที่ไม่ได้ตามเข้าไป จึงไม่ฝืนใจเขา นางเพียงแต่พูดว่า “ท่านจะลงไปฟังดนตรีหรือไม่ เมื่อข้าพูดคุยกับนางแล้วค่อยลงไปหาท่าน”
สีหน้าของเซียวเยี่ยนทั้งดำคล้ำทั้งบูดบึ้ง ความอดทนของเขาต่อสถานที่แห่งนี้แทบจะถึงที่สุดแล้ว เขาคิดว่าเขาแทบทนไม่ไหวที่จะหิ้วตัวหลินชิงเวยโยนออกไป
หลินชิงเวยเห็นเขาไม่พูดจาจึงพูดกลั้วหัวเราะ “หรือท่านคิดจะเข้ามาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับข้าด้วย”
เซียวเยี่ยนร้องฮึเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “ข้าให้เวลาเจ้าหนึ่งก้านธูป หากเจ้ายังกล้าทำตัวเหลวไหล…”
“ท่านจะทำอย่างไรล่ะ” หลินชิงเวยมองเขาแล้วหัวเราะ
เขาสะบัดแขนเสื้อ หรี่ตาลงพูดเสียงเย็นว่า “เจ้ารู้ผลลัพธ์ดี” ต่อมาเซียวเยี่ยนหันกายเดินอาดๆ จากไป
หลินชิงเวยไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในห้อง เพียงครู่เดียวก็เห็นเซียวเยี่ยนสะบัดอาภรณ์นั่งลงในห้องโถงใหญ่ราวกับเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ แม่นางคนหนึ่งรีบเข้ามารินน้ำชาให้เขาทันที
ทว่าหลินชิงเวยคาดไม่ถึงว่าเมื่อนางเข้าไปในห้องแล้ว