พียงแต่ต้องทนรับกับเรื่องที่น้องชายต้องจากไป ยังต้องทนรับสายตาของคนในหมู่บ้านที่มองนาง
ความภาคภูมิใจของมือปราบคนหนึ่ง เพียงชั่วพริบตาเดียวกลายเป็นเพียงความอับอาย
มือปราบคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างปากไวว่า “คดีในครั้งนี้ คุณชายหลินไม่ได้เบาะแสอันใดจากปากคำของหญิงสกุลหลิว เหตุใดไม่ปิดบังนางเล่า? ต่อไปจะให้นางมีชีวิตอยู่อย่างไร”
มือปราบพูดเสียงเย็น “ไม่รู้สึกรู้สา”
หลินชิงเวยไม่หงุดหงิดรำคาญใจ “ดังนั้นเจ้าจึงเป็นได้เพียงมือปราบไปตลอดชีวิต เช่นนี้ก็ถือว่าสูงเทียมฟ้าแล้ว”
มือปราบตกตะลึง จากนั้นพูดขึ้นอย่างมีโทสะ “ทั้งๆ ที่ข้าพูดเรื่องของหญิงสกุลหลิว เหตุใดจึงไม่ปิดบังนาง? เพียงแค่นี้ชีวิตนางก็ไม่ง่ายดายมากอยู่แล้ว”
คนหนุ่มในวัยเลือดลมพลุ่งพล่านเหล่านี้ล้วนมีอะไรในใจก็พูดออกมาหมด ต่อให้เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ด้านข้าง พวกเขาก็ข่มกลั้นไม่ได้ อีกทั้งเมื่อได้ลงมาคลุกคลีกับพวกเขาแล้วพบว่าเซ่อเจิ้งอ๋องมิใช่คนไม่มีเหตุผล หลายครั้งที่เขายืนอยู่ข้างกายหลินชิงเวยโดยไม่พูดจา ดูเหมือนไม่ยื่นมือเข้ามาแทรกอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นว่าเซ่อเจิ้งอ๋องไม่คิดจะลงโทษ พวกเขาจึงกล้าหาญที่จะพูดจากับหลินชิงเวย
หลินชิงเวยเหลือบหางตาดูมือปราบที่อยู่ด้านนอก “เช่นนั้นภรรยาที่ตายไปของมือปราบหลิวเล่า ใครจะเป็นคนไปไต่สวนนาง เพียงแค่นางนิสัยไม่ดีไม่เห็นคุณคน เช่นนั้นนางจึงสมควรตายมาหลายปีเช่นนี้แล้วไม่มีคนทวงความเป็นธรรมหรือไร ในเมื่