ยไม่ยิ้มว่า “มีมารดาเช่นเจ้า เขาคงจะไม่กล้าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” คนทั้งสองเดินมาระยะหนึ่ง ผ่านไปครู่หนึ่งเซียวเยี่ยนพูดขึ้นอีกว่า “เขาน่าจะมีการเคลื่อนไหวในไม่ช้านี้แล้ว”
หลินชิงเวยไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย “ท่านดูออกหรือ?”
ปัญหาครอบครัวของยายหวังไหนเลยจะคู่ควรให้เซียวเยี่ยนลงมือเอง หลินชิงเวยออกมาจัดการเองยังจะทำให้คนในครอบครัวศิโรราบ ดังนั้นนางจึงให้เซียวเยี่ยนยืนดูอยู่ข้างๆ เพื่อเป็นการจับสังเกตเขาอย่างละเอียด
เซียวเยี่ยนบอกว่าใกล้แล้ว เช่นนั้นก็ย่อมต้องใกล้แล้ว
หลังจากคนทั้งสองกลับไปถึงจวนสกุลสวี หลินชิงเวยอยู่ในห้องพักตลอดทั้งช่วงบ่าย นางงีบหลับยามบ่ายโดยไม่ก้าวออกมานอกประตู แสงตะวันด้านนอกแผดจ้าเพียงนั้น หากออกไปในยามนี้ย่อมต้องทุกข์ทรมานตากแดดจนหนังถลอกเป็นแน่
ส่วนเซียวเยี่ยนอยู่ห้องด้านข้างดูเหมือนไม่ได้ออกจากห้องเช่นกัน ในจุดนี้คนทั้งสองต่างรู้อกรู้ใจกันดียิ่งนัก
ยามบ่ายคล้อยเมื่อหลินชิงเวยตื่นขึ้นไม่นาน คิดไม่ถึงว่าอวี้ย่วนและอวี้ม่านมาอีกครั้ง ดูท่าแล้วมิใช่มาทะเลาะเบาะแว้ง หาไม่แล้วไหนเลยจะเลือกมาเยือนในยามที่เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ด้วยเล่า ในเมื่อเลือกเวลาที่เซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ เช่นนั้นก็แสดงว่ามาประจบสอพลอ
ปรากฏว่าคุณหนูทั้งสองแต่งกายงดงามเดินอยู่ข้างหน้า กระโปรงผ้าโปร่งของพวกนางปลิวพลิ้วราวกับปีกผีเสื้อดูแล้วทำให้คนได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ ด้านหลังพวกนางยังมีสาวใช้อีกสองคน ในมือของสา