วใช้หิ้วกล่องอาหารมาด้วย
ขณะเดียวกันหลินชิงเวยออกมารับอากาศข้างนอก นั่งงอขาอยู่บนทางเดินด้านนอก
คุณหนูทั้งสองเคาะประตูห้องของเซียวเยี่ยนก่อน ผ่านไปครู่หนึ่งเซียวเยี่ยนจึงเปิดประตู ดูท่าแล้วเขาน่าจะมีเวลาว่างเช่นนี้น้อยยิ่ง ท่าทางจึงยังไม่ตื่นนอนดี บนใบหน้ามีสีหน้าผ่อนคลายและเรียบเฉย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เส้นผมสีดำขลับบนไหล่ดูเหมือนจะยุ่งเหยิงอยู่บ้าง แต่ดูอย่างไรก็ชวนมองอยู่ดี
คุณหนูทั้งสองเห็นเขาแล้ว ถึงกับลืมว่าควรจะพูดสิ่งใด
เซียวเยี่ยนจึงได้แต่ถามเรียบๆ “มีเรื่องอันใด”
อวี้ย่วนได้สติกลับมาก่อน “เป็นเช่นนี้เพคะ หม่อมฉันและน้องสาวเห็นว่าอากาศร้อนแล้ว จึงต้มน้ำบ๊วยเย็นมากาหนึ่งมาให้ท่านอ๋องคลายร้อนเพคะ ขอท่านอ๋องอย่าได้รังเกียจเพคะ”
“อืม”
เซียวเยี่ยนตอบรับเรียบเฉยสักหน่อย ราวกับพูดมากกว่านี้หนึ่งคำก็เป็นการเสียเวลา ความปรารถนาดีของอวี้ย่วนดูเหมือนจะประดักประเดิดในชั่วพริบตา แต่นางยังคงหยิบกล่องอาหารมาจากมือของสาวใช้แล้วยื่นให้กับเซียวเยี่ยน “ข้างในยังมีของว่างอีกสองอย่างเพคะ”
เซียวเยี่ยนควรจะรับไปอย่างมีมารยาท ต่อมาจึงปิดประตูอย่างไม่ค่อยมีมารยาทเท่าใดนัก คุณหนูทั้งสองยืนอยู่หน้าประตูที่ปิดสนิทด้วยความผิดหวังอย่างยิ่ง ดูเหมือนพวกนางมาเพื่อเอาอกเอาใจโดยเฉพาะ แต่เซ่อเจิ้งอ๋องกลับไม่ไยดีสักเท่าใด
หลินชิงเวยนั่งอยู่บนทางเดินด้วยอารมณ์เบิกบานใจ “เขาเป็นคนเย็นชาอยู่แล้ว อากาศร้อนระอุ เขา