หลินชิงเวยหิวแล้ว นางและเซียวเยี่ยนจึงกินอาหารมื้อเย็นกันที่หอสุราข้างนอก ไหนเลยจะคิดว่าเมื่อกลับไปถึงจวนสกุลสวี คนในจวนสกุลสวีต่างรอเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมากินอาหารเย็น
เซียวเยี่ยนพูดกับใต้เท้าสวีว่า “ใต้เท้าสวีอย่าได้ต้องเกรงใจ เปิ่นหวางมาขออาศัยอยู่ในจวนของใต้เท้าสวีก็ถือเป็นการรบกวนแล้ว ใต้เท้าสวีทำตัวตามสบายไม่ต้องคำนึงถึงเปิ่นหวางในทุกๆ เรื่อง”
ใต้เท้าสวีรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ” ในใจกลับคิดอย่างขมขื่น: เซ่อเจิ้งอ๋องพักอยู่ในเรือน เขาจะไม่คำนึงถึงเซ่อเจิ้งอ๋องในทุกๆ เรื่องได้อย่างไรกัน หากมีเรื่องใดขาดตกบกพร่อง เช่นนั้นหมวกขุนนางบนศีรษะเขาจะสวมได้ถึงเมื่อใดเล่า
วันนี้กลับมาถึงจวนเร็ว หลินชิงเวยกลับไปในเรือน ดูท่าแล้วสวีฮูหยินเรียนรู้ที่จะฉลาดเฉลียวขึ้นแล้ว นางจัดห้องของหลินชิงเวยใหม่ อย่างน้อยถังอาบน้ำเป็นถังอาบน้ำใบใหม่ น้ำอาบเป็นน้ำอุ่น
เซียวเยี่ยนหารือกับใต้เท้าสวีเกี่ยวกับงานที่ต้องทำต่อไปจึงยังไม่กลับมา หลินชิงเวยมีความเคยชินอย่างหนึ่งก็คือหลังจากอาบน้ำแล้วนางมักจะขี้เกียจใส่รองเท้า นางกำลังนั่งแกว่งเท้าขาวผ่องราวกับหิมะอยู่บนทางเดิน เส้นผมครึ่งแห้งครึ่งเปียกแผ่สยายลงมาบนไหล่ ดวงตาที่หรี่ลงเต็มไปด้วยความเกียจคร้าน
ทว่าผู้ที่กลับมามิใช่เซียวเยี่ยน แต่เป็นคุณหนูทั้งสองของจวนสกุลสวี สวีอวี้ย่วนและสวีอวี้ม่าน
คุณหนูทั้งสองเดิมทีฉวยโอกาสที่เซ่อเจิ้งอ๋องไม่อยู่ในเรือนมาหาหลินชิงเวยผู้เป็นผ