เซียวเยี่ยนยื่นมือมาจับสายบังเหียนของนาง “ไม่ต้องกลัว ม้าตัวนี้นิสัยเชื่อฟัง เปิ่นหวางจูงม้าของเจ้าไปด้วยกัน ไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น”
“อย่างไรท่านก็ไม่ใช่ม้า ไฉนจึงรู้ว่ามันเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟัง! ท่านรู้หรือว่าในใจมันคิดสิ่งใดอยู่ ท่านรู้หรือว่ามันยินดีให้ข้าขี่หรือไม่?!”
“…” เซียวเยี่ยนคร้านจะโต้เถียงกับหลินชิงเวยจึงบังคับม้าให้ออกเดินไปข้างหน้า ม้าของเขาอยู่ข้างหน้า ม้าของหลินชิงเวยตามอยู่ด้านหลังอย่างสงบเสงี่ยม ม้าเพียงแต่เดินเหยาะๆ ไปตามทางเท่านั้นไม่ได้ควบให้มันออกวิ่ง ดังนั้นเมื่ออกเดินทางมาได้พักหนึ่งแม้หลินชิงเวยจะรู้สึกว่าอยู่บนหลังม้าส่ายไปมา ที่จริงก็มั่นคงดี ด้วยเกรงว่าจะตกลงมาจากหลังม้าหลินชิงเวยจึงกอดแผงคอม้าเอาไว้มั่นไม่ยอมปล่อยมือ
การเดินด้วยเท้าสี่ข้างย่อมรวดเร็วกว่าตนเองใช้ขาทั้งสองเดิน
พวกเขาไปถึงสถานที่เกิดคดีฆาตกรรมเมื่อวานนี้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว บริเวณใกล้เคียงมีมือปราบเข้าออก บริเวณประตูใหญ่ที่ได้ทำการปิดเอาไว้ดูแล้วเข้มงวดหลายส่วน
เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยลงจากหลังม้าแล้วเดินผ่านถนนด้านหลังมาระยะหนึ่ง เมื่อสวนทางกับชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ละแวกนั้น พวกเขาต่างรีบซอยเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นเมื่อผ่านบริเวณเรือนหลังเล็กที่เป็นสถานที่ก่อเหตุ คนที่ใช้เส้นทางสายนี้เป็นประจำบางคนถึงกับยอมอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น
คนทั้งสองได้พบกับมือปราบหลิว เขากำลังลาดตระเวนบริเวณนี้และดู