ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ยังตะลึงอะไรอยู่ ยังไม่ไปบิดผ้าขึ้นมาตากอีก พรุ่งนี้เช้าตื่นมาข้ายังต้องสวมนะ”
หลินชิงเวยทิ้งหน้าที่ตากเสื้อผ้าให้กับเซียวเยี่ยน ตนเองเดินเอามือไพล่หลังกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ร่างสูงใหญ่ของเซียวเยี่ยนยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ นำเสื้อผ้าของหลินชิงเวยและของตนเองขึ้นมาบิดน้ำแล้วค่อยๆ ตากลงบนเชือกสำหรับตากผ้าอย่างเป็นระเบียบ
แม้หลินชิงเวยจะขุ่นเคืองใจต่อการรับรองแขกของสวีฮูหยิน แต่เซียวเยี่ยนกลับทำให้นางพอใจอย่างยิ่ง คืนนี้เหนื่อยเหลือเกินหลินชิงเวยหลับไปในเวลาไม่นานนัก เมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าข้างนอกสว่างจ้าแล้ว นางพบว่ามีเสื้อผ้าชุดหนึ่งพับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยวางอยู่บนหัวเตียงของนาง เป็นอาภรณ์ชุดที่นางซักเมื่อคืน มันแห้งดีแล้ว นางถึงกับไม่รู้ว่าเซียวเยี่ยนนำเสื้อผ้ามาวางไว้บนหัวเตียงของนางตั้งแต่เมื่อใด
ภายในเรือนด้านหลังมีเสียงฝีเท้าและเสียงสนทนาดังขึ้น หลินชิงเวยสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยดีแล้วจึงเปิดประตูออกมาเห็นเซียวเยี่ยนที่อยู่ห้องข้างๆ เปิดประตูออกมาเช่นกัน คนทั้งสองเดินออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย
ที่แท้ใต้เท้าสวีและสวีฮูหยินมาที่เรือน ไม่เพียงแต่สองสามีภรรยามาด้วยตัวเอง ยังนำสาวใช้มาด้วยอีกหลายคน ข้างกายยังมีคุณหนูรูปโฉมงดงามปานบุปผาอีกสองนาง ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นบุตรสาวของพวกเขา
ทุกคนล้วนกล่าวว่าเซ่อเจิ้งอ๋องเป็นหนุ่มโสดที่มีเงินมีอำนาจที่สุดในเมืองหลวง คำพูด