นี้ไม่เกินเลยสักนิด นี่มิใช่หรอกหรือสวีฮูหยินพาคุณหนูพันชั่งของตนมาถวายพระพรเซ่อเจิ้งอ๋องแต่เช้าตรู่
สีหน้าของใต้เท้าสวีเต็มไปด้วยความละอายแก่ใจ “เซ่อเจิ้งอ๋อง เมื่อคืนการรับรองดูแลไม่เรียบร้อย ละเลยคุณชายหลิน เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เช้านี้กระหม่อมเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อได้ยินข้ารับใช้พูดขึ้นมา ข้ารับใช้ไร้สามารถละเลยหน้าที่ กระหม่อมได้ลงโทษพวกเขาไปแล้วช่างไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ขอเซ่อเจิ้งอ๋องและคุณชายหลินอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
แม้คำพูดจะกล่าวเช่นนี้แต่ดูเหมือนความสนใจทั้งหมดจะพุ่งมาที่เซียวเยี่ยน กระทั่งหลินชิงเวยที่ยืนทนโท่อยู่ทั้งคนกลับถูกมองข้ามไปเสียอย่างนั้น
ในเมื่อมาพักอาศัยอยู่ในเรือนของผู้อื่น นี่ก็ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องที่เกินไปนัก แต่เซียวเยี่ยนยังคงพูดเรียบๆ ว่า “ครั้งต่อไประวังให้มากหน่อยก็พอแล้ว นางเป็นคนค่อนข้างรักความสะอาด”
“เพคะ หม่อมฉันจดจำเอาไว้แล้วเพคะ” สวีฮูหยินรีบหันไปกวักมือเรียกแม่นางน้อยสองคนข้างกาย “อวี้ย่วน อี้ม่าน ยังไม่รีบมาถวายพระพรเซ่อเจิ้งอ๋อง”
“อวี้ย่วน (อวี้ม่าน) ถวายคำนับเซ่อเจิ้งอ๋อง ถวายพระพรเซ่อเจิ้งอ๋องเพคะ” แม่นางทั้งสองยอบกายลงคารวะและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานอย่างพร้อมเพรียงกัน บุตรสาวของครอบครัวขุนนางใหญ่ ดวงตารูปเมล็ดซิ่งแก้มแดงประดุจผลท้อ ใบหน้าอ่อนเยาว์ประดุจวสันตฤดู ดูท่าแล้วชื่นชมและพึงพอใจในตัวเซ่อเจิ้งอ๋องอย่างยิ่งยวด
แม่นางน้