อยสองคนที่ขนยังขึ้นไม่ครบ…หลินชิงเวยอดที่จะหันไปมองใบหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์และความรู้สึกของเซียวเยี่ยนไม่ได้ อาศัยนางสองคนก็คิดจะได้รับความสนใจจากเซียวเยี่ยน? พวกนางก็แค่เห็นว่าเขาหน้าตาหล่อเหลาเท่านั้นเอง!
ไม่ดูตาม้าตาเรือเสียบ้างว่า เขาน่ะเปรียบเสมือนบุปผาที่มีเจ้าของแล้ว!
เซียวเยี่ยนไม่ได้เรียกให้สาวน้อยทั้งสองลุกขึ้น เขาไม่พูดแม้แต่ประโยคเดียว บรรยากาศจึงแปรเปลี่ยนเป็นประดักประเดิดอยู่บ้าง ใต้เท้าสวีจึงหัวเราะขึ้นมาอย่างกระอักกระอ่วนใจและพูดว่า “เซ่อเจิ้งอ๋อง อาหารเช้าได้จัดเตรียมไว้ในห้องอาหารแล้ว เชิญเซ่อเจิ้งอ๋องร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันพ่ะย่ะค่ะ?”
เซียวเยี่ยนเหมือนจะรู้ใจหลินชิงเวยอย่างไรอย่างนั้น เขาปฏิเสธออกไปตรงๆ “ไม่จำเป็น เปิ่นหวางยังมีเรื่องต้องไปทำ ขอตัวก่อน” เขาหันไปมองหลินชิงเวยแวบหนึ่ง “ไปเถิด” พูดแล้วก็พาหลินชิงเวยเดินออกไปจากเรือนอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ยังไม่ลืมที่จะพูดกับใต้เท้าสวีว่า “อีกประเดี๋ยวเปิ่นหวางจะไปที่ศาลาว่าการสักเที่ยว” ความหมายก็คือ ใต้เท้าสวีกินอาหารเช้าอิ่มแล้วก็รีบไปรอรับคำสั่งที่นั่นเถิด
ใต้เท้าสวีรับคำอย่างนอบน้อม “พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”
กระทั่งเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยออกจากเรือนไปแล้ว ใต้เท้าสวีกังวลว่าจะทำให้เซ่อเจิ้งอ๋องไม่พอใจ จึงรีบให้พ่อบ้านรีบตามมา ตนเองสะบัดแขนเสื้อตามออกไปด้วย เขาไม่ลืมที่จะหันมาถลึงตาใส่สวีฮูหยินและบุตรสาวทั้งสอง “ดูเจ้า