วยเหลือบตามองเก้าอี้ที่ผู้คุมยกเข้ามาตัวหนึ่ง นางเดินผ่านร่างนักโทษแล้วนั่งลงกล่าวด้วยรอยยิ้มยิบหยีว่า “พวกเรามาเจรจากัน?”
นักโทษพูดยิ้มๆ “คนที่กำลังจะตาย ข้าไม่คิดว่าข้าและแม่นางน้อยผู้นี้มีอะไรต้องเจรจา”
“ได้ยินว่าเจ้าสารภาพแล้ว ชีวิตคนหกคนในเมืองหลวง ล้วนตายด้วยน้ำมือเจ้า”
“หากข้าบอกว่าข้าถูกปรักปรำ แม่นางน้อยจะเชื่อหรือไม่?” นักโทษยังคงพูดยิ้มๆ
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองใบหน้าของและพูดขึ้นเรียบๆ ว่า “ไม่เชื่อ”
“เช่นนั้นยังมีอะไรต้องเจรจาอีกเล่า” นักโทษดึงโซ่ตรวนบนกำแพง “หากเป็นก่อนหน้านี้ มีความเป็นไปได้ว่าเราสองคนอาจจะมีหัวข้อสนทนามากมายที่พูดคุยในห้องไม่จบไม่สิ้น” ใบหน้าของเขาปรากฏให้เห็นความชั่วร้าย
สีหน้าของเซียวเยี่ยนเย็นเยียบ มือปราบหลิวรับรู้ได้ถึงรัศมีเข่นฆ่าที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา จึงรีบตรงเข้าไปต่อยนักโทษอีกหลายหมัด
หลินชิงเวยหัวเราะ “ไฉนจึงไม่มีอะไรให้เจรจราเล่า อย่างเช่นพวกเราสามารถพูดคุยเรื่องผู้สมรู้ร่วมคิดของเจ้า? ผู้สมรู้ร่วมคิดของเจ้าเป็นใคร? เวลานี้อยู่ที่ไหน?”
นักโทษกระอักเลือดออกมาเรื่อยๆ เขาหอบหายใจ จากนั้นหัวเราะเสียงต่ำออกมา หยดเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา “พวกเจ้าอยากรู้จริงๆ หรือว่าผู้สมรู้ร่วมคิดของข้าเป็นใคร? ต่อให้พวกเจ้าจับกุมข้าได้ก็ยังมีคนตายเรื่อยๆ ข้าบอกพวกเจ้าได้ แต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
“เงื่อนไขอะไร?” หลินชิงเวยถามเสียงสูง
นักโทษมองหน้านางแ