ะ ข้าจะดูแลฝ่าบาทให้ดีเป็นแน่เจ้าค่ะ!”
หลินชิงเวยลูบศีรษะของซินหรู “เด็กดี เจ้าเหนื่อยแล้วก็ไปนอนที่ตั่งตัวยาวริมหน้าต่างนะ”
ตั่งยาวตัวนั้นยามปกติมีไว้ให้คนนั่งอ่านหนังสือ เพียงแต่พลิกหมอนหนุนออกไปมันก็ไม่แตกต่างจากเตียงเล็กๆ หลังหนึ่ง
หลินชิงเวยพูดจากำชับอีกสองสามประโยคก็หันไปยิ้มตาหยีกับเซียวเยี่ยน “เสด็จอา พวกเราไปกันเถิด ไปสืบคดี”
เซียวเยี่ยน “…ดูเหมือนเปิ่นหวางจะไม่ได้ตอบตกลงว่าจะพาเจ้าออกไปสืบคดีด้วย”
“ไม่พาข้าไป? ข้ากล้ารับรองว่าหากไม่พาข้าไปพวกท่านไม่มีทางจับตัวฆาตกรได้แน่นอน” หลินชิงเวยกล่าว “ผู้ที่เป็นหมอมีจำนวนไม่มากที่เหมือนข้า มีความสนใจต่อคนตาย มีเพียงทำให้แน่ใจว่าคนต้องการพูดอะไรจึงจะสามารถช่วยให้พวกท่านขยายผลจับตัวฆาตกรต่อไปได้”
สุดท้ายเซียวเยี่ยนก็ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น หันกายแล้วเดินออกไป หลินชิงเวยเดินเอามือไพล่หลังตามหลังเขาไป
เสี่ยวฉีรู้สึกตกตะลึง “ท่านอ๋อง…” หรือเซ่อเจิ้งอ๋องจะพาสตรีผู้นี้ออกจากวังไปสืบคดีจริงๆ? นางมิใช่สตรีสามัญ นางเป็นเจาอี๋เหนียงเหนียงนี่นา! มีนางสนมในวังหลวงคนใดกันที่ออกจากวังเป็นการส่วนตัว ซ้ำยังออกไปก้าวก่ายเรื่องคดีฆาตกรรม!
เซียวเยี่ยนพูดกับเสี่ยวฉีด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เจ้ารั้งอยู่ที่นี่เถิด วิ่งรอกทำงานมาหลายวันเหน็ดเหนื่อยแล้ว พักสักครู่”
เมื่อหลินชิงเวยเดินมาหยุดอยู่ข้างกายเสี่ยวฉี นางกะพริบตาปริบๆ ให้เขาและพูดว่า “เสี่ยวฉีเด็กน้อ