กนึ่งจนสุกเพคะ”
ยามนี้บรรดาหมอหลวงทั้งหมดของสำนักหมอหลวงล้วนรวมตัวกันรออยู่ในตำหนักซวี่หยาง พวกเขารออยู่ด้านนอกตำหนักบรรทม ขอเพียงมีความจำเป็นพวกเขาจะเข้ามาดูแลทันที
เซียวจิ่นกัดริมฝีปาก ขอเพียงสามารถยืนขึ้นมาได้ เขาไม่มีวันปล่อยให้โอกาสใดๆ หลุดลอยไป ไม่ว่าจะต้องทนรับความเจ็บปวดมากมายเพียงใดเขาก็จะลองดู
หลินชิงเวยเก็บเข็มเงินแล้วบีบนวดขาทั้งคู่ของเซียวจิ่นอีกครู่หนึ่ง จากนั้นค่อยๆ ยกขาของเขาวางลงในไหสมุนไพร ปากขวดค่อนข้างแคบนั้นพอเหมะพอเจาะให้ขาเรียวเล็กทั้งคู่ของเซียวจิ่นวางลงไปอย่างพอดิบพอดี
เมื่อแรกเริ่มกลับไม่มีความรู้สึกอันใดเป็นพิเศษ เซียวจิ่นรับรู้เพียงว่าขาของตนแช่อยู่ในน้ำ และในน้ำนั้นมีสิ่งของลอยอยู่ในนั้นไม่น้อย เขาเห็นสิ่งที่หลินชิงเวยคีบมาให้ดูเพียงแค่คิดถึงสิ่งของที่อยู่ในน้ำสมุนไพรในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกขนพอง
เซียวจิ่นพูดยิ้มๆ ด้วยสีหน้าเผือดขาว “ชิงเวย เจิ้นกลับปรารถนาให้เจ้าบอกว่าสิ่งของที่หมักดองอยู่ในน้ำสมุนไพรนี้เป็นเพียงสมุนไพรมิใช่สัตว์มีพิษ”
หลินชิงเวย “นั่นคือการเพ็จทูลเบื้องสูงเพคะ หม่อมฉันไม่บังอาจ อีกทั้งเจ้าสิ่งของเหล่านี้เมื่อแยกกันแล้วเป็นสัตว์มีพิษ ทว่าเมื่อรวมกันแล้วกลับเป็นโอสถเพคะ”
“เจิ้นยังไม่มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ”
“ฝ่าบาทอย่างเพิ่งร้อนพระทัยเพคะ”
ผ่อนคลายแต่แรกเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง เซียวจิ่นค่อยๆ รับรู้ถึงความไม่สบายเนื้อสบายตัว