อีกทั้งความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนน้ำอุ่นหม้อหนึ่งที่ค่อยๆ เดือดขึ้นกระทั่งสุดท้ายเดือดพล่าน ขาทั้งสองข้างของเขาถูกแผดเผาให้ร้อนยิ่งขึ้น กระทั่งสุดท้ายไม่อาจทนรับได้
เขารู้สึกว่าขาของตนกำลังถูกต้มจนสุก ถูกเผาจนไหม้เกรียม
เซียวจิ่นทนไม่ไหวเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าขาวเผือดของเขาค่อยๆ แดงก่ำ คิดจะหลบหลี้หนีหายไปจากมหาสมุทรแห่งความเจ็บปวดทุรนทุรายนี้ แต่จนใจที่ขาทั้งสองข้างของเขามิอาจเชื่อฟังคำสั่งของตน ระยะเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งชั่วยาม เซียวจิ่นหายใจหอบหนัก เหงื่อแตกท่วมตัว
เขาจับมือของหลินชิงเวยเอาไว้แน่นออกแรงเสียจนทำให้ข้อนิ้วของเขากลายเป็นสีขาวปนเขียว ปลายเล็บสีชมพูแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว พูดขาดเป็นห้วงๆ “ชิงเวย…ชิงเวย…เจิ้น…จะทนไม่ไหวแล้ว…”
ท่ามกลางความเจ็บปวดราวกับหลินชิงเวยกลายเป็นที่พึ่งพาจิตใจของเขา หลินชิงเวยราวกับรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เซียวจิ่นส่งผ่านมา ด้วยเหตุนี้ต่อให้มือของนางถูกเขาบีบจนแทบจะเปลี่ยนรูปนางก็กัดฟันแน่นไม่ร้องสักแอะ
เซียวเยี่ยนเห็นเช่นนี้สีหน้าเคร่งขรึมของเขาแปรเปลี่ยนเป็นหนักใจ เขาพูดกับหลินชิงเวยว่า “จะหยุดพักสักหน่อยหรือไม่ ฝ่าบาทอาจจะทนความเจ็บปวดไม่ไหว”
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “ข้าพูดอย่างไรกัน หลังจากเริ่มต้นแล้วห้ามหยุดกลางคัน นอกจากเขาคิดจะทนรับความเจ็บปวดเหล่านั้นโดยเปล่าประโยชน์ ข้าเป็นหมอหรือท่านเป็นหมอ?”
เซียวเยี