อคืนนั้นเป็นการรักษาฟรี วันนี้ต้องคิดค่ารักษา”
มีเงินปรึกษาหารือได้ทุกเรื่อง อีกทั้งจวนเซี่ยนอ๋องใช่ว่าจะไม่มีเงิน
หลินเสวี่ยหรงได้ยินนางพูดเช่นนั้น ในใจจึงปล่อยวางลง “ต้องการเงินเท่าใด เจ้าบอกราคามาเถิด”
หลินชิงเวยชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งร้อยตำลึง?” หลินเสวี่ยหรงพูด “ได้ จวนเซี่ยนอ๋องยังไม่ถึงกับไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนนี้ไม่ได้”
ปลายนิ้วของหลินชิงเวยส่ายไปมา
“หนึ่งพันตำลึง?” หลินเสวี่ยหรงสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา “ก็แค่ให้เจ้าไปเปลี่ยนยาให้ท่านอ๋องเท่านั้น เจ้าถึงกับเก็บค่ารักษาหนึ่งพันตำลึง?”
หลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะ “ไม่ใช่ เป็นเงินหนึ่งหมื่นตำลึง”
หลินเสวี่ยหรงโมโหเดือดดาล “หลินชิงเวย! ไฉนเจ้าไม่ไปวิ่งราวเล่า!”
“ข้าก็กำลังวิ่งราวอยู่นี่ไงเล่า เพียงแต่นี่เป็นวิธีการวิ่งราวที่สุภาพ ไม่ตกลง? ไม่ตกลงก็แล้วไป” หลินชิงเวยวางฝาถ้วยน้ำชาลงบนถ้วยน้ำชาเสียงดังกริ๊ง “เด็กๆ ส่งแขก”
หลินเสวี่ยหรงกัดฟันถลึงตามองหลินชิงเวยอย่างแค้นเคือง สุดท้ายยังคงพูดอย่างตัดใจว่า “ได้! หนึ่งหมื่นตำลึงก็หนึ่งหมื่นตำลึง!”
หลินชิงเวยมองนางด้วยหางตา “หนึ่งหมื่นตำลึงเจ้าตัดสินใจได้หรือ?”
สีหน้าของหลินเสวี่ยหรงย่ำแย่อย่างที่สุด “อย่างไรก็ให้เจ้าไม่ขาดสักตำลึงก็แล้วกัน!”
หลินชิงเวยค้ำเก้าอี้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านร่างของหลินเสวี่ยหรง นางพูดขึ้นช้าๆ ว่า “ข้าเป็นนางสนมในตำหนักในหากฝ่าบาทไม่อนุญาตข้าย่อมออกไปข้างนอกอ