างรวดเร็ว สองอาหลานกลับค่อยๆ ละเลียดอย่างช้าๆ
เซียวจิ่นนั้นหลินชิงเวยไม่รู้ แต่หลินชิงเวยแน่ใจเหลือเกินว่าเซียวเยี่ยนไม่ได้หิวน้อยไปกว่านางสักเท่าใดนัก ยุ่งอยู่กับเรื่องราวมากมายเช่นนั้น ไฉนจึงกินอาหารอย่างมีมารยาทสง่างามเช่นนี้ได้อีก
หลินชิงเวยยอมรับไม่ได้ ดังนั้นจึงเกิดการต่อสู้กันบนโต๊ะอาหารระหว่างนางกับเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนกินอะไรหลินชิงเวยก็กินสิ่งนั้น ตะเกียบสองคู่ต่างยื้อแย่งกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร
เซียวจิ่นนั่งยิ้มอยู่ด้านข้างพูดเกลี้ยกล่อมขึ้นว่า “พวกท่านไม่ต้องแย่งกันแล้ว อีกประเดี๋ยวหากไม่พอ ค่อยให้ห้องเครื่องขึ้นกับข้าวก็พอ เสด็จอาเมื่อก่อนท่านไม่เคยเป็นเหมือนชิงเวยนี่นา ท่านก็ยอมลงให้นางหน่อยเถิด”
เซียวเยี่ยนพูดเรียบ “ข้าไม่ได้แย่งกับนาง เป็นนางที่ไม่ยอมปล่อยข้า”
หลินชิงเวยพูดอย่างไม่เกรงใจ “เห็นท่าทางการกินอาหารของท่าน ข้าก็จะแย่งกับท่าน”
เซียวจิ่นพูดขึ้นอย่างถูกเวลา “ถูกต้อง เรื่องของวันนี้…ฆาตรกรผู้นั้นจับได้แล้วหรือไม่ เสด็จอาคิดจะจัดการอย่างไร?”
ยามสายเซียวจิ่นรออยู่เนิ่นนานก็ไม่เห็นองครักษ์มารายงานผลลัพธ์อันใด เมื่อสอบถามจึงรู้ว่าที่แท้แล้วเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยไปกันเพียงลำพัง ไม่ได้นำองครักษ์ไปด้วยแม้แต่คนเดียว ในใจเซียวจิ่นเกิดความคิดต่างๆ นานา สุดท้ายยังคงเอ่ยปากถามออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยต่างรู้ดีว่าเซียวจิ่นอ่อนไหวเกินไปจร