ิงๆ อีกทั้งเมื่อเซียวเยี่ยนตกอยู่ภายใต้การครอบงำและควบคุมของฆาตกรถึงกับมีความคิดที่จะสังหารเขาให้ตายคามือ หากเวลานี้พูดอะไรไม่เหมาะสมออกไปรังแต่จะทำให้เซียวจิ่นคิดมาก ดังนั้นไม่รอให้เซียวเยี่ยนเอ่ยปาก หลินชิงเวยจึงชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “ฆาตกรตายแล้ว พวกเราไม่ได้นำองครักษ์ไปด้วยเพราะเหตุใดฝ่าบาททรงทราบหรือไม่เพคะ?”
เซียวจิ่นครุ่นคิด ในเมื่อหลินชิงเวยถามออกมาเช่นนี้แล้วพวกเขาย่อมมีเหตุผลที่ไม่นำองครักษ์ไปด้วย แต่มิใช่ด้วยมีเจตนาที่จะปิดบังสิ่งใดจากเขาจึงพูดว่า “คิดดูแล้วหากทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอาจไม่เป็นผลดีกระมัง”
หลินชิงเวย “ฝ่าบาททรงปรีชาสามารถยิ่งนัก ฝ่าบาททรงทราบหรือไม่ว่าฆาตรกรเป็นผู้ใด?”
เซียวจิ่นนิ่งคิดไปชั่วอึดใจหนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้นกับหลินชิงเวยอย่างเห็นขัน “เจิ้นไม่รู้ เจ้าก็อย่าถ่วงเวลาอีกเลย”
หลินชิงเวยยิ้มจนตาหยี “เป็นจู๋กุ้ยเหริน ฝ่าบาทยังทรงจดจำจู๋กุ้ยเหรินได้หรือไม่เพคะ องค์หญิงจู๋อวิ้นของอวิ๋นหนานอ๋องที่แต่งเข้ามา”
สีหน้าของเซียวจิ่นเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ความอบอุ่นอ่อนโยนในดวงตาคู่นั้นอันตรธานหายไปในชั่วขณะแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมนิ่งลึก
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นแล้วคนเล่า?”
หลินชิงเวย “นางคิดจะสังหารข้า เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะไม่มีผู้ใดถวายการรักษาให้ฝ่าบาทได้อีก เสด็จอาย่อมไม่อาจปล่อยให้นางทำสำเร็จ ดังนั้นจึงสังหารนาง” หลินชิงเวยปิดบังเรื่องบางอย