วหนึ่ง หาไม่คงถูกงูกินจนหมดและหาหลักฐานไม่ได้อีกแล้ว”
หนอนตัวนั้นเลื้อยออกมาจากขวดกระเบื้อง มันเลื้อยเข้าไปในทิงจู๋เซวียนอย่างมิลังเล
สายลมพัดให้ป่าไผ่เกิดการไหวเอนไปมาและส่งเสียงดังซ่าๆ
เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยประสานสายตากัน จากนั้นเดินเข้าไปข้างในด้วยกัน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปสายลมก็พัดโชยกลิ่นหอมชนิดหนึ่งกระจายตัวออกมา ต่อมาเสียงบรรเลงพิณดังขึ้น เสียงพิณนั้นอ้างว้างโดดเดี่ยว ทว่าแต่ละเส้นเสียงนั้นราวกับส่งกระแสจิตตรงเข้าไปในสมอง ทุกๆ ครั้งของการดังแต่ละครั้งส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนในสมอง หลินชิงเวยรู้สึกปวดหัวหนึบๆ ขึ้นทันที ภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นภาพที่พร่าเลือนในชั่วขณะ
ปลายนิ้วของนางจิกลงไปในฝ่ามืออย่างแรง เมื่อความเจ็บปวดส่งผ่านฝ่ามือมาทำให้นางรู้สึกได้สติสัมปชัญญะคืนมา
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “เสียงพิณนี้มีพิษหรือ” พูดแล้วก็หยิบยาอมสองเม็ดออกมาจากอก ส่งเข้าปากตัวเองหนึ่งเม็ด และมืออีกข้างยกขึ้นเพื่อเตรียมส่งยาเม็ดนั้นเข้าปากเซียวเยี่ยนอย่างอ่อนแรง
เซียวเยี่ยนดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย เห็นยาอมในมือของหลินชิงเวยอีกทั้งเห็นใบหน้ายับยู่ยี่ด้วยความขมของนาง “ดูท่าแล้วรสชาติคงไม่ดีเท่าใดนัก”
หลินชิงเวยพูดขึ้นว่า “รสชาติดีหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ได้ผลก็พอแล้ว ยังไม่อ้าปากอีก! มันช่วยถอนพิษได้!”
เซียวเยี่ยนอ้าปากอมยาเม็ดนั้น คิ้วของเขาขยับไปมาเห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกย่ำแย่เช่นกัน “สิ่งของ