หลินชิงเวยซุกกายอยู่ในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยน นางเหนื่อยจนหลับไปหลังจากเข้ามาในเมืองเห็นว่าร้านสุราในตรอกยังไม่ปิดร้าน ยังคงมีแสงไฟสลัวๆ ดังเดิม เพียงแต่ไม่คึกคักเช่นก่อนหน้านี้ แขกดื่มสุราแยกย้ายกันกลับไปพอสมควรแล้ว เห็นเพียงเสี่ยวเอ้อร์ยืนอยู่ข้างหน้าเขย่งเท้าเก็บป้ายร้านเตรียมตัวเก็บร้าน
เซียวเยี่ยนรั้งสายบังเหียนในมือให้ม้าชะลอฝีเท้าลงให้หยุดอยู่กับที่นี่ มันร้องขึ้นครั้งหนึ่ง เซียวเยี่ยมก้มหน้าลงมองสตรีกำลังหลับลึกในอ้อมกอด ที่จริงเขาพานางตรงกลับวังเลยก็ได้ แต่คิดดูแล้วว่าได้รับปากนางอย่างไรก็ควรจะถามความเห็นของนาง
แขนของเซียวเยี่ยนอ้อมผ่านเอวด้านหน้าของหลินชิงเวย คนตัวน้อยไม่เคยเชื่อฟังเช่นนี้มาก่อน คงทั้งเหนื่อยทั้งหิวนางจึงนอนหลับลึกถึงเพียงนี้ เซียวเยี่ยนโน้มไหล่ลงเล็กน้อยศีรษะเกือบจะแนบชิดกับหลินชิงเวยเขาเอ่ยขึ้นริมหูของนางว่า “มิใช่อยากกินเนื้อย่างหรือ ยังอยากกินหรือไม่? หากไม่อยากกินแล้วพวกเราตรงกลับวัง”
ลมหายใจและกลิ่นอายของเขาทำให้หลินชิงเวยจั๊กจี้
นางลืมตาขึ้นชั่วพริบตาด้วยแววตางงงวย ในแววตายังคงเต็มไปด้วยความง่วงงุน เมื่อนางเห็นร้านสุราร้านนั้นยังมีโคมไฟสว่างอยู่ก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นทันใด พยักหน้าว่า “กิน ย่อมต้องกิน ข้ารู้สึกว่าข้าหิวกระทั่งกินวัวทั้งตัวก็ยังได้”
ดังนั้นเซียวเยี่ยนจึงควบม้าให้เดินเข้าไปในตรอกช้าๆ เสียงเกือกม้าที่ดังขึ้นในตรอกทั้งไพเราะเสนาะหูและสง่าง