นักในยกเว้นผู้ได้รับความสำคัญหรือมีความดีความชอบต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวงแล้ว หลังจากสิ้นชีวิตลงล้วนถูกฝังลงในสุสานแห่งนี้ เช่นไทเฮา ฮองเฮา กุ้ยเฟยทั้งหลายผู้เป็นสตรีสูงศักดิ์และฐานะสูงส่งจะถูกฝังลงในสุสานหลวงนอกเมืองทางทิศตะวันออก
จ้าวเฟยยังไม่มีศักดิ์และฐานะถึงขั้นนั้น และไม่ได้รับความโปรดปรานสักเท่าใดนัก จึงได้แต่นำมาฝังลงในสุสานแห่งนี้
มาถึงเชิงเขา หลินชิงเวยเงยหน้ามองขึ้นไปบนภูเขา สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางของภูเขา ตั้งแต่เชิงเขาไปถึงกึ่งกลางของภูเขาลูกนี้เป็นบันไดหินคดเคี้ยวทอดยาวไปตลอดเส้นทาง มองผ่านๆ น่าจะมีประมาณหนึ่งพันขั้นกระมัง หลินชิงเวยในยามนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไหนเลยจะเดินไกลถึงเพียงนั้นได้
หลังจากเซียวเยี่ยนอุ้มนางลงมาจากหลังม้าแล้วจึงหันไปจูงม้าไปผูกไว้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง หันกลับมาเดินผ่านร่างของหลินชิงเวยแล้วเดินขึ้นบันไดไปทีละก้าว เขาเดินอย่างสง่างาม บนแผ่นหลังแบกห่อสัมภาระที่หลินชิงเวยตระเตรียมมา ทว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสูงศักดิ์ของเขาแม้แต่น้อย
เดินไปไม่กี่ก้าวเซียวเยี่ยนหยุดชะงักหันกลับมาถามว่า “ไยเจ้าไม่เดินเล่า?”
หลินชิงเวยยกมือขึ้นเท้าสะเอว “ท่านอา ข้าไม่ใช่ท่าน กินอิ่มดื่มหนำมีเรี่ยวแรง ข้าเดินไม่ไหวนี่นา”
เซียวเยี่ยนเงียบไปแล้วพูดขึ้นว่า “เปิ่นหวางไม่ได้กินมื้อเย็นเช่นกัน”
เขารู้สึกหิวมากเช่นกัน แต่ต่อให้หิวอย่างไรก็ยังคงสง่างามอย่างยิ่ง
แม้จะพูดเช่นนี้แต่