“รอให้เปิ่นหวางมีเวลา สอนเจ้าได้”
ม้าเร็ววิ่งอยู่ในกำแพงเมืองพักหนึ่ง มันวิ่งออกนอกกำแพงเมืองอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เมื่ออยู่ในเมืองหลวงตามมุมถนนยังมีแสงสว่างจากโคมไฟ ยามนี้ทันทีที่ออกนอกเมืองหลวง นอกจากแสงจันทร์และดวงดาวที่อยู่บนฟ้าแล้ว เบื้องหน้ามีเพียงความมืดมิด เส้นทางก็ไม่ได้ดีเช่นเส้นทางในเมืองเช่นกัน
โชคดีที่ความสามารถการมองเห็นของเซียวเยี่ยนนั้นไม่สามัญ เขามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนในยามค่ำคืน ตลอดเส้นทางจึงไม่พบอุปสรรคใด
หลินชิงเวยทะลุมิติข้ามมาถึงโลกใบนี้นานเช่นนี้ รวมๆ แล้วเพิ่งจะได้ออกจากวังหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ดีเหลือเกิน ครั้งนี้ได้ออกมาไกลกว่าครั้งแรกมากคือออกนอกเมืองหลวง
เมื่อออกจากประตูเมือง ราวกับกลิ่นอายของความเป็นอิสระปนเปมาในชั้นบรรยากาศ กลิ่นหอมสดชื่นและความชีวิตชีวาของต้นไม้ใบหญ้าสัมผัสกับโพรงจมูกของหลินชิงเวย ทำให้สมองที่สับสนวุ่นวายของนางพลันปลอดโปร่งสดชื่นขึ้นสองส่วนในชั่วพริบตา
เสียงร้องของกบ แมลงและนกที่ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลเมื่อประสานเสียงกันแล้วกลับกลายเป็นทำนองเสนาะในค่ำคืนคิมหันตฤดู ไม่เพียงแต่ไม่สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ แต่กลับทำให้รู้สึกได้ว่าค่ำคืนนี้สงบยิ่งขึ้นไปอีก
สถานที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปนั้นอยู่ชานเมืองทางทิศตะวันตก บนภูเขานอกเมืองทางทิศตะวันตกมีสุสานแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสุสานของเหล่าบรรดานางสนมในตำหนักในทั้งหมด บรรดานางสนมในตำห