ทันทีที่ไทเฮามองเห็นก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ในสมองมีเพียงความผะอืดผะอม เหล่าขันทีขวัญอ่อนสักหน่อยที่อยู่ในที่นั่นล้วนไม่กล้ามองตรงๆ ที่กล้าหาญสักหน่อยก็มองผ่านๆ แวบหนึ่ง คิดดูแล้วสองสามวันถัดมาคงจะกินอาหารไม่ลง
หลินชิงเวยพูดกับซินหรู “กลับไปที่ห้องโอสถของข้าหยิบถุงมือที่แช่อยู่ในน้ำยาคู่นั้นมา”
ซินหรูไม่รอให้เจ้านายทั้งสามท่านที่อยู่ในเหตุการณ์เอ่ยปากอนุญาต ยามนี้เรื่องของพี่สาวสำคัญที่สุด นางรับคำแล้ววิ่งออกไปทันที
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อพบกับเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ ซินหรูมีความเป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง นางวิ่งเสียจนหายใจไม่ทัน ไม่เพียงแต่นำถุงมือหนังงูคู่นั้นมา ยังหิ้วล่วมยาของหลินชิงเวยมาพร้อมกันด้วย
กล่าวได้ว่าอุปกรณ์ในล่วมยานี้นำมาใช้ในการช่วยชีวิตคน แต่ในล่วมยานี้มีหลายชั้น ด้านล่างสุดของมันมีอุปกรณ์ที่หลินชิงเวยยังไม่เคยใช้มาก่อน ล้วนนำมาใช้ในการชันสูตรพลิกศพหรือการชำแหละเพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด ยามนั้นเพียงคิดว่าคงมีสักวันที่ได้นำมาใช้ เวลานี้จึงคิดได้ว่าได้ใช้แล้ว
“พี่สาว นำมาแล้วเจ้าค่ะ…” ซินหรูพูดทั้งหอบหายใจพร้อมกับวางสิ่งของไว้เบื้องหน้าหลินชิงเวย
หลินชิงเวยมองหางแวบหนึ่ง พูดอย่างเห็นขันว่า “เจ้าวิ่งเร็วปานลมกรดหรือ?”
ซินหรูหน้าแดงหัวเราะให้นางสองครั้ง
ต่อมาหลินชิงเวยสวมถุงมือ หยิบมีดสำหรับชันสูตรพลิกศพขึ้นเล่มหนึ่งมาจากชั้นล่างสุดของล่วมยา
ไทเฮาส่งเสียงทันที “หลินซื่