ชิงเวยร้องเตือนเสียงเย็นแล้วยื่นมือไปหยิบเชิงเทียนด้านข้างมา “หากเหยียบพวกมันตายก็ช่างเถิด แต่หากมันเหยียบไม่ตาย ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าจะมีจุดจบเช่นเดียวกับปี้หลิง” พูดแล้วนางก็โยนเชิงเทียนในมือลงไปบนพื้น น้ำตาเทียนไขหยดลงบนพื้น ทำให้เปลวไฟเล็กๆ เผาหนอนที่อยู่บนพื้นเหล่านั้นกลายเป็นเถ้าธุลี
ในตำหนักยามนี้มีเพียงความเงียบงัน โสตประสาทของหลินชิงเวยพลันสงบนิ่งลงไม่น้อย นางช้อนตาขึ้นมองไปทางไทเฮากลับไม่รู้ว่าไทเฮาสิ้นสติไปอย่างไร้สุ้มเสียงตั้งแต่เมื่อใด หมัวมัวกำลังประคองนางกลับเข้าไป
สายตาของเซียวเยี่ยนนิ่งลึก ดวงตาเรียวรูปหงส์เย็นชานั้นกลายเป็นกลุ่มไฟเล็กๆ สองดวงพร้อมกับแสงสว่างจากเปลวไฟบนพื้น ประเดี๋ยวสว่างประเดี๋ยวมืด เซียวจิ่นปิดริมฝีปากแน่นสนิท ดูเหมือนหายใจก็ยังไม่กล้าหายใจเสียงดัง
หลินชิงเวยพูดกับเซียวเยี่ยน “ยังต้องรบกวนเซ่อเจิ้งอ๋องส่งฝ่าบาทออกไปเพคะ” ต่อมานางจึงกวาดตามองขันทีในตำหนักแวบหนึ่งแล้วสั่งการ “พวกเจ้าหามนางออกไป หาสถานที่โล่งแจ้งกว้างขวางสักหน่อย เผาศพนาง”