และซินหรูนั่งแอบอิงกันนอนหลับไปงีบหนึ่ง กระทั่งหมัวมัวได้สติคืนมานางทั้งสองยังนอนไม่ตื่น
หมัวมัวมองไปรอบๆ ไหนเลยจะมีเงาร่างของปี้หลิงจึงรู้สึกโกรธกรุ่นขึ้นมา “หลินเจาอี๋ช่างดียิ่งนัก ไทเฮามีรับสั่งให้ข้ามาจับตาดูเจ้า เจ้าถึงกับวางยาให้ข้าเลอะเลือน!”
หลินชิงเวยขยี้ดวงตาค่อยๆ ตื่นขึ้น นางพูดด้วยท่าทีผ่อนคลาย “เอ๊ะ หมัวมัวตื่นแล้วหรือ? เมื่อสักครู่หมัวมัวนอนหลับไปนานมาก ราวกับในยามปกติไม่มีเวลาว่างพอที่จะนอนให้อิ่มกระมัง”
“เชื่อหรือไม่ว่าหากข้าไปรายงานไทเฮา เจ้าย่อมต้องเจอดีแน่!”
หลินชิงเวยยักไหล่พูดอย่างเห็นขันว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ไปกราบทูลไทเฮาเถิด ตนเองแอบขี้เกียจแล้วยังกล่าวโทษคนอื่น ไม่รู้ว่าไทเฮาจะคิดอย่างไร”
“เจ้า!” หมัวมัวสงบสติอารมณ์ นางคิดว่าที่นางนอนหลับไปเป็นเพราะฝีมือของหลินชิงเวย ที่จริงไม่มีหลักฐานอะไร นางจึงชี้นิ้วถามว่า “เจ้าบอกให้ปี้หลิงไปทำอะไร?”
หลินชิงเวย “ไม่มีอะไร เพียงแค่ให้นางช่วยข้าดูแลแปลงสมุนไพรในตำหนักฉางเหยี่ยนให้ข้า รดน้ำทุกวัน”
“เพียงแค่นี้?”
“แค่นี้”
หมัวมัวคิดว่านางถูกหลินชิงเวยปั่นหัวเสียแล้ว จึงโกรธขึ้งทว่าจนปัญญาเช่นกัน สุดท้ายได้แต่เดินสะบัดออกไป มาตรว่าหากหลินชิงเวยต้องการให้ตามคนน่าจะไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว
กล่าวโทษหลินชิงเวยไม่ได้เช่นกันที่ไม่ปรารถนาให้คนของไทเฮารู้เรื่องนี้ คนของไทเฮานอกจากดุร้ายแล้วยังทำอะไรได้อีก ความเป็นไปได้เกินครึ่งก็คือทำให้