่างนี้ท่านห้ามพบผู้ใด”
หลินชิงเวยหัวเราะ “รอพวกเจ้าตรวจสอบความจริง? เจ้าไปกราบทูลไทเฮาว่านางไม่อาจขังข้าไว้ที่นี่ตลอดชีวิต เวลาผ่านมาสองวันแล้วยังตรวจสอบไม่พบอะไร ข้าและซินหรูอยู่ในที่เกิดเหตุขณะจ้าวเฟยตาย หากต้องการรู้รายละเอียดต่อให้ข้าไม่หาคนส่งข่าวออกไป ไม่ช้าก็เร็วเซ่อเจิ้งอ๋องต้องมาถามรายละเอียดด้วยตนเองเช่นกัน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคน หากไทเฮาไม่วางใจ ให้คนมาเฝ้าดูขณะที่ข้ามอบหมายงานให้คนไปทำได้”
ต่อมาด้านนอกไม่มีเสียงตอบโต้
เรื่องเช่นนี้ขันทีไหนเลยจะตัดสินใจได้ ย่อมต้องนำความไปบอกกล่าวกับไทเฮาแล้วเป็นแน่
หลินชิงเวยและซินหรูรออยู่นานมาก ในที่สุดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก
ซินหรูมองหลินชิงเวยด้วยความหวาดกลัวอยู่บ้าง ต่อมาเป็นเสียงเปิดดาลประตู นางกำลังคิดว่าหากผู้ที่เข้าในครั้งนี้เป็นบุคคลเช่นหรงหมัวมัวในครั้งก่อน จะทำอย่างไรดีเล่า?
หลินชิงเวยสงบนิ่งอย่างยิ่ง
แสงสว่างส่องลอดเข้ามาจากด้านนอก แสงนั้นล้อมอยู่รอบกายของผู้มาเยือนนั้นทิ่มแทงสายตาสองส่วน หลินชิงเวยหรี่ตามองออกไป พบว่ามีคนสองคนกำลังเดินเข้ามาในเรือนหลังเล็กอันดำมืดนี้ และผู้ที่เดินอยู่ข้างหน้ามิใช่ปี้หลิงของตำหนักฉางเหยี่ยนหรือ
ด้านหลังปี้หลิงมีหมัวมัวหน้าตาดุร้ายตามมาด้วยนางหนึ่ง
หลินชิงเวยคิดในใจ ไทเฮาหญิงชราผู้นั้นเจ้าแผนการอยู่บ้าง นางเรียกปี้หลิงมาด้วยไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ยังส่งค