ิงเวยได้ยินเสียงของตนดังออกมาจากลำคอว่า “ไม่มีประโยชน์ นางกระอักโลหิตเป็นพิษออกมา อวัยวะภายในร่างกายได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว”
ในที่สุดทุกคนได้แต่มองจ้าวเฟยเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดกระทั่งขาดใจตาย นางค่อยๆ ล้มลงเบื้องหน้าหลินชิงเวย ใบหน้าซีดขาวราวกับน้ำค้างในฤดูเหมันต์ เลือดที่ไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดราวกับดอกเหมยแดงในเหมันตฤดู ใบหน้าของนางบิดเบี้ยว นางตายตาไม่หลับ ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง นัยน์ตาของนางล้วนเป็นสีแดงเลือด
นางกำนัลพากันหลีกหนีออกจากสถานที่แห่งนี้
ซินหรูพูดจาตะกุกตะกัก “ยามนี้ ยามนี้…ทำ ทำอย่างไรดีเจ้าคะ…”
บรรยากาศรอบๆ เงียบสงัด หลินชิงเวยมองจ้าวเฟยที่นอนสิ้นใจอยู่ตรงนั้นอย่างน่าเวทนาราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้คือความจริง ในยามปกติจ้าวเฟยไม่เคยเห็นผู้ใดอยู่ในสายตาด้วยมีไทเฮาหนุนหลัง หยิ่งผยองยโสโอหัง คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะมีจุดจบเช่นนี้
ไม่ ไม่สิ เวลานี้นางไม่ควรจะมานั่งสงสารจ้าวเฟย ที่นางสมควรกังวลที่สุดคือตัวนางเอง ทันทีที่จ้าวเฟยตายซ้ำยังมาตายเบื้องหน้านาง นางจะแคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างไร!
ยามนี้สายตาอันแหลมคมของหลินชิงเวยเห็นหนอนสีขาวตัวหนึ่งมีขนาดลำตัวเท่ากับเส้นผม กำลังชอนไชออกมาจากร่างของจ้าวเฟย มันเลื้อยไปมาบนพื้นอย่างเชื่องช้า
หากไม่ได้สังเกตอย่างละเอียดแทบจะไม่พบว่ามันชอนไชออกมาจากร่างของจ้าวเฟยด้วยซ้ำ หรืออาจจะพูดได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่พบเห