จ้าวเฟยเห็นนางแต่ไกลอีกทั้งเมื่อคิดถึงงานเลี้ยงในค่ำคืนเทศกาลซ่างซื่อนางกดข่มตนเองช่วงชิงเกียรติและหน้าตาของนาง ในใจยิ่งกรุ่นไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
ยามกลางวันแท้ๆ ออกเดินเล่นข้างนอกทั้งมิใช่วันฉลองเทศกาลอันใด จู๋กุ้ยเหรินกลับสวมกระโปรงสีแดงสดทั้งชุด ต้องการให้ดึงดูดสายตาเพียงใดย่อมดึงดูดสายตาเท่านั้น กระโปรงผ้าโปร่งยาวเฟื้อยของนางปลิวพลิ้วไปตามสายลมอยู่ด้านหลังงดงามยิ่งนัก
สตรีลักษณะเช่นนี้ถือเป็นโฉมสะคราญในมวลหมู่บุปผา ผู้ใดพบเห็นล้วนต้องเหลียวกลับมามองอีกครั้ง
แต่จ้าวเฟยกลับแค้นเคืองเสียจนต้องการฉีกทึ้งโฉมงามและทัศนียภาพงดงามเบื้องหน้าให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดังนั้นความเดือดดาลที่สุมอยู่ในอกตั้งแต่อยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนจึงมาประเดประดังถาโถมลงบนร่างของจู๋กุ้ยเหรินที่อยู่เบื้องหน้า จ้าวเฟยเดินนำข้ารับใช้มุ่งหน้าเข้าไปจู๋กุ้ยเหรินด้วยท่าทีอวดเบ่งอำนาจบารมี
ข้างกายจู๋กุ้ยเหรินมีเพียงนางกำนัลคนหนึ่งที่ติดตามมา ฐานะและตำแหน่งของนางเป็นเพียงกุ้ยเหรินคนหนึ่ง มีนางกำนัลปรนนิบัติรับใช้นางคนหนึ่งนับว่าไม่เลวแล้ว จ้าวเฟยคิดในใจ นางที่เป็นเช่นนี้จะมาเปรียบเทียบกับตนได้อย่างไร เมื่อพบหน้ากันมีเพียงถูกรังแกข่มเหงเท่านั้น
ใครใช้ให้นางไม่สงบเสงี่ยมเจียมตนเล่า วิ่งออกมาดึงดูดสายตาผู้อื่น ชิ ยังมิใช่นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คนหนึ่งหรอกหรือ!
แม้จู๋กุ้ยเหรินจะมองเห็นจ้าวเฟยแล้วเช่นกัน เมื่อจ้าวเฟยเดินเข